หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 17 : การวิจัยเรื่องอารมณ์ความรู้สึก (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในช่วง 2 ขวบปีแรก ทารกทุกคนมีพัฒนาการหลากหลายของการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก อาทิ การยิ้มเพื่อสังคม (อายุ 4 - 6 สัปดาห์) ความโกรธเคือง ความประหลาดใจ และความเศร้าโศก (อายุ 3 - 4 เดือน) ความกลัว (5 - 7 เดือน) ความละอายใจ (Shame) และความอาย (อายุ6 - 8 เดือน) การเยาะเย้ย (Contempt) และความสำนึกผิด (อายุ 24 เดือน)

ดังนั้นในช่วง 2 ขวบปีแรก อารมณ์ความรู้สึก (Temperament) ที่แตกต่าง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการสืบทอดตามธรรมชาติ จะมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับ การสะท้อนกลับ (Feedback) จากสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะจากพ่อแม่ จะยังผลให้เกิดพัฒนาการอุปนิสัยทางอารมณ์ (Emotional trait) ต่างๆ กัน ตั้งแต่อ่อนหวาน น่ารัก และสุภาพอ่อนโยน ไปจนถึงกล้าเสี่ยงภัยและแข็งกร้าว

การวิจัยของ เจโรเม แคแกน (Jerome Kagan) ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการคิดของเราเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของเด็ก เขาต้องการตอบคำถามของพ่อแม่ทั้งหลายว่า “ทำไมเด็กๆ ที่ฟูมฟักโดยพ่อแม่เดียวกัน ในครอบครัวเดียวกัน จึงเติบโตด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกัน?”

แคแกน เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เกิดในปี พ.ศ. 2472 และเติบโตในรัฐนิวเจอร์ซี่ ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่ได้เกษียณอายุจากตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเป็นหนึ่งในจำนวนผู้บุกเบิกสำคัญของจิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental psychology)

เขามีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานวิจัยดีเด่นด้านอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะแนวความคิดที่ว่า พฤติกรรมบางอย่างในทารกเป็นสิ่งที่สามารถพยากรณ์ “รูปแบบพฤติกรรม” (Behavior pattern) ในวัยรุ่น (Adolescence) ขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพันธุกรรมกับสภาพแวดล้อม

แคแกนศึกษาตัวอย่างของเด็กคนหนึ่งชื่อเอริค (Eric) ซึ่งมีความขี้อายและขี้กลัวมากกว่าพี่น้องท้องเดียวกันอีก 2 คน เขาจะไม่ยอมอยู่ห่างแม่เพื่อเล่นกับเด็กอื่นๆ ไม่กล้าเล่าเรื่องต่อหน้าชั้นเรียนในประถมศึกษา และกลัวการไปว่ายน้ำที่สระกับเพื่อนๆ แคแกนอยากทราบว่า “เด็กขี้กลัวอย่างเอริค เป็นเรื่องที่มาแต่กำเนิดหรือไม่? และเด็กเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงเมื่อโตขึ้นหรือไม่?”

แต่ปัญหาแรกที่แคแกนประสบคือการเลือกวิธีวิจัยการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการ (Developmental change) ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี กล่าวคือวิธี “แนวราบ” (Longitudinal) กับวิธี “ตัดขวาง” (Cross-sectional) วิธีแรกคือการศึกษากลุ่มตัวอย่างเดียวกัน ณ เวลาหลายๆ จุดที่แตกต่างกัน ส่วนวิธีหลัง คือการศึกษากลุ่มตัวอย่างหลายๆ กลุ่ม ที่มีอายุแตกต่างกัน ณ เวลาจุดเเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น นักวิจัยทดสอบอารมณ์ความรู้สึกครั้งแรกในกลุ่มตัวอย่างของเด็กอายุ 2 ขวบ ทดสอบอีกครั้ง เมื่อกลุ่มตัวอย่างเดียวกันมีอายุ 7 ขวบ และทดสอบครั้งต่อไปเมื่อกลุ่มตัวอย่างเดียวกันมีอายุ 12 ปี แล้วต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ข้อดีของวิธีนี้อยู่ที่นักวิจัยสามารถศึกษารูปแบบของพัฒนาการ หรือการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านพ้นไป

แหล่งข้อมูล-

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson Learning.
  2. Jerome Kagan - http://en.wikipedia.org/wiki/Jerome_Kagan [2012, February 21].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน