หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 32 : มุมมองปัจจุบันของทฤษฎีเปียเจต์

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ฌอง เปียเจต์ (Jean Piaget) เป็นนักสังเกตพัฒนาการของเด็กที่ชาญฉลาดมาก และจุดเด่นของข้อเสนอของเขาได้รับการสนับสนุนด้วยดีตลอดมา เขาเชื่อว่าความสามารถในการใช้เหตุผลใหม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อาทิ เราไม่สามารถเรียนพีชคณิต(Algebra) ก่อนการเรียนรู้การนับ (Counting) และเราไม่สามารถเรียนปรัชญา (Philosophy)ก่อนการเข้าใจเรื่องตรรกะ (Logic) หลังจากผลงานดั้งเดิมออกสู่สายตาสาธารณชน ก็มีนักวิจัยหน้าใหม่เข้ามาแก้ไข ปรับปรุง และขยายผลดังนี้

  • ความสามารถในการรับรู้ (Cognitive) พัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นคลื่นที่เหลื่อมกันอยู่ (Overlapping) แทนที่จะเป็นขั้นตอนที่แยกเด่นชัด (Discrete) เด็กอาจใช้กลยุทธต่างๆ กันในการแก้ปัญหา ซึ่งมีความซับซ้อนไม่เท่ากัน การรับรู้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้วิธีเก่าในการคิดสลับไปกับวิธีใหม่ๆ ซึ่งมิได้เกิดขึ้นทันทีที่เด็กบรรลุอายุหนึ่งๆ
  • เด็กก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล มิได้มี “ความคิดส่วนตน” (Ego-centric) อย่างที่เปียเจต์เข้าใจ เด็กที่มีอายุระหว่าง 3 ถึง 4 ขวบ ส่วนใหญ่สามารถคิดเห็นโลกรอบตัวจากมุมมองของผู้อื่น โดยสามารถพัฒนาสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “ทฤษฎีของจิตใจ” (Theory of Mind) ซึ่งเป็นระบบของความเชื่อในเรื่องการทำงานและผลกระทบของจิตใจตนเองและผู้อื่น
  • เด็กมีความเข้าใจโลกรอบตัวเขา มากกว่าที่เปียเจต์คิด และผู้ใหญ่บางคนเข้าใจโลกรอบตัว น้อยกว่าที่เปียเจต์คิด เด็กเกิดมาพร้อมกับระบบแก่นความรู้ (Core Knowledge) เรื่องตัวเลข ความสัมพันธ์ระยะทาง (Spatial) และคุณลักษณะกายภาพ ในขณะที่ผู้ใหญ่บางคน ไม่ได้พัฒนาความสามารถของการใช้เหตุผล และวิจารณญาณสะท้อนกลับ มักคิดในเชิงรูปธรรม (Concrete) เว้นแต่ปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ได้ ถ้าไม่คิดในเชิงนามธรรม (Abstract)
  • พัฒนาการการรับรู้ ได้รับแรงกระตุ้นจากความเร็วของการเติบโต และการประมวล (Processing) ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเด็กเจริญเติบโตตามอายุขัย ความจำในการทำงาน (Working memory) ก็ขยายจนสามารถ “สกัดกั้น” (Inhibit) สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง (Irrelevant) และหันเหความสนใจ (Distraction) แล้วมุ่งเน้น (Focus) ไปยังปัญหา ในขณะที่ความเร็วในการประมวลข้อมูลเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ ทำให้การใช้เหตุผลมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
  • พัฒนาการการรับรู้ขึ้นอยู่กับการศึกษาและวัฒนธรรมของเด็ก นักจิตวิทยาชาวรัสเซีย ชื่อ เลฟ วิโกสกี้ (Lev Vygosky) ซึ่งเกิดในปีเดียวกับเปียเจต์ พบจากการวิจัยว่า วัฒนธรรมมีผลกระทบต่อการก่อตัว (Shape) และโครงสร้าง (Structure) ของพัฒนาการการรับรู้ โดยฟูมฟัก (Foster) ความสามารถบางอย่าง และเพิกเฉยความสามารถที่เหลือ ตัวอย่างเช่น ในสังคมล่าสัตว์ (อาทิ ชาว Aborigines ในประเทศออสเตรเลีย) เด็กไม่สามารถคิดเป็นปริมาณ (Quantify) ได้ดีเท่ากับระยะทาง (Space) [ที่ต้องวิ่งไล่ล่าสัตว์] แต่ในสังคมเกษตร (อาทิ ชาว Baoule ในประเทศไอวอรีโคสต์) เด็กไม่สามารถใช้เหตุผลในระยะทาง ได้ดีเท่ากับการคิดปริมาณ [ผลผลิตจากไร่นา]

แหล่งข้อมูล-

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth-Thompson Learning.
  2. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน