หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 33 : พัฒนาการการเรียนรู้ภาษา (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


กระบวนการการเรียนรู้ภาษาของเด็ก เริ่มต้นในเดือนแรกหลังคลอด โดยการร้อง (Cry) และกระซิบกระซาบ (Coo) แม้ในช่วงต้นๆ ของชีวิต ทารกจะไวต่อระดับ (Pitch) และความเข้มข้น (Intensity) ของเสียง โดยมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์ (Emotion) และจังหวะ (Rhythm) ในเสียง

เมื่อผู้ใหญ่พูดกับทารก ระดับเสียงอาจสูงกว่าและแตกต่างกว่าปรกติ [เพื่อให้ทารกเข้าใจ] และยังอาจเน้นท่วงทำนองสูงต่ำกว่าเกินความจริง [เพื่อให้ทารกเรียนรู้และเลียนแบบได้ชัดเจน] การพูดกับทารกในลักษณะนี้ นักวิจัยเรียกว่า “Parentese” ซึ่งมีบันทึกไปทั่วโลก ตั้งแต่ประเทศสวีเดนไปจนถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น ว่าเป็นวิธีการช่วยทารกเรียนรู้เสียงดนตรี (Melody) และจังหวะในภาษาท้องถิน (Native) ของตน

ณ อายุ 4 ถึง 6 เดือน ทารกจะเริ่มจำชื่อของตนเองได้ และคำอื่นๆ ที่มักจะเอ่ยถึงด้วยอารมณ์ความรู้สึก อาทิ “หม่าม้า” และ “ป่าป๊า” เขาจะเรียนรู้หลายๆ คำที่ประกอบด้วยพยัญชนะ (Consonant) และสระ (Vowel) หลักๆ ในภาษาท้องถิ่นของตน นอกจากนี้ยังสามารถแยกแยะเสียงจากภาษาอื่นๆ [ที่มิใช่ภาษาท้องถิ่นของตน] อีกด้วย

แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป เด็กได้เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นของตนมากขึ้น ความสามารถในการฟังเสียงจากภาษาอื่น จะลดน้อยถอยลง ตัวอย่างเช่น ทารกญี่ปุ่นสามารถได้ยินความแตกต่างระหว่างคำว่า “ลา” กับ “รา” ในภาษาอังกฤษได้ แต่เด็กโตและผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่น จะไม่สามารถได้ยินความแตกต่างดังกล่าว เพราะคำเหล่านี้มิได้มีอยู่ในภาษาญี่ปุ่นเลย

ระหว่าง 6 เดือน ถึง 1 ขวบ ทารกเริ่มคุ้นเคยกับโครงสร้างของเสียงในภาษาท้องถิ่นตน เขาจะสามารถแยกแยะความแตกต่างของคำ (Word) จากประโยคที่พูด (Flow of speech) เขาจะเริ่มฟังคำและประโยคที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง หรือกฎเกณฑ์ของไวยากรณ์ แล้วเด็กจะเริ่มพูดจ้อแต่ไม่เป็นสาระ (Babble) ทั้งเป็นพยางค์ (Syllable) และเป็นคำๆ

จากนั้นเด็กจะเริ่มเอ่ยชื่อสิ่งของได้ และมีแนวความคิดในใจ (Mental concept) เกี่ยวกับสิ่งที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ อาทิ คำว่า “หมา” หรือ “แมว” เมื่อสิ้นขวบปีแรก ทารกพัฒนาองค์รวม (Repertoire) ของอากัปกิริยา (Gesture) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสาร อาทิ การสูดกลิ่น (Sniff) เป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้ การทำปากจุ๊บจั๊บเป็นสัญลักษณ์ของการขออาหาร การยักไหล่เป็นสัญลักษณ์ของการไม่รู้ และการปรบมือเป็นสัญลักษณ์ของการชื่นชอบ

เด็กที่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ให้ใช้อากัปกิริยาในการสื่อสาร เด็กจะสามารถเรียนรู้คำศัพท์ (Vocabulary) ได้มากกว่า เข้าใจได้ดีกว่า และฟังได้ดีกว่า เด็กที่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ใช้อากัปกิริยาในการสื่อสาร

แหล่งข้อมูล-

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth-Thompson Learning.
  2. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน