หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 40 : ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


อัลเบอร์ต แบนดูรา (Albert Bandura) เป็นชาวแคนาดา เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2468 ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ เป็นศาสตราจาย์เกียรติคุณ ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ด เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ (Contribution) ให้กับหลากหลายสาขาวิชาทางจิตวิทยากว่า 60 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social-learning theory)

ทฤษฎีดังกล่าว ตอกย้ำความสำคัญของการเรียนรู้ผ่านการสังเกต (Observation) การเลียนแบบ (Imitation) และการให้รางวัลตนเอง (Self-reward) ในพัฒนาการของทักษะทางสังคม ปฏิสัมพันธ์ และพฤติกรรม กล่าวคือ คนเรามีวิธีการเรียนรู้โดยจำลองแบบ (Model) หรือเลียนแบบพฤติกรรมที่สังเกตเห็นในปฏิสัมพันธ์และสถานการณ์ทางสังคม

ดังนั้น หลังจากที่เห็นพ่อเล่นโบวลิ่ง เด็กน้อยอายุ 3 ขวบ ก็เดินไปหาพ่อพร้อมชี้ไปที่ลูกโบวลิ่งเพื่อขอเล่นด้วย ทั้งทฤษฎีฟรอยด์ (Freud) และเอริคสัน (Erikson) ไม่สามารถอธิยบายว่า ทำไม เด็กอายุเพียง 3 ขวบ จึงอยากเรียนรู้วิธีเล่นโบวลิ่งด้วย? อะไรที่จูงใจ (Motivate) ให้เขาสนใจในโบวลิ่ง? และทำไมเขาถึงตบมือ เหมือนพ่อของเขา เมื่อลูกโบวลิ่งกระทบพินโบวลิ่ง?

แต่ทฤษฎีแบนดูรา อธิบายได้ ดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ ทฤษฎีนี้ยังกล่าวว่า คนเราไม่จำเป็นต้องมีพฤติกรรมช่างสังเกต หรือได้รับรางวัลจากภายนอก (External reward) เพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ทางสังคม เพราะนานาพฤติกรรม อาจเกิดจากแรงจูงใจด้วยตนเอง (Self-motivated) หรือจากภายใน (Intrinsic)

เราจะสังเกตได้ว่า แม้ทั้ง 3 ทฤษฎีจะแตกต่างกัน แต่ก็เสริมส่งซึ่งกันและกัน (Complementary) เพราะทฤษฎีของแบนดูรา เน้นเรื่องการเรียนรู้ผ่านการจำลองแบบ ทฤษฎีฟรอยด์เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับเด็ก ที่เกิดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการทางร่างกายที่มีมาแต่แรกเกิด (Innate) ส่วนทฤษฎีเอริคสันเน้นความสำคัญของการรับมือกับความต้องการทางสังคม

จากการสังเกตผู้ป่วยของเขา ฟรอยด์ได้สรุปว่า พัฒนาการด้านสังคมและบุคลิกภาพ จำเป็นจะต้องให้สมบูณ์ในช่วงเวลา 5 ปีแรก แม้ว่าบุคลลนั้น ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอุปนิสัยส่วนบุคคลและทางสังคม จะเกิดขึ้นใน 5 ปีแรก หนทางหนึ่งที่จะทดสอบข้อสมมุติฐาน (Hypothesis) ของฟรอยด์ ก็คือการศึกษาเป็นระยะเวลายาวนาน เกี่ยวกับเด็กที่เผชิญกับปัญหาสำคัญในชีวิต อาทิ เรื่องราวของเดเลีย (Delia)

ในขวบปีแรก แม่ของเดเลียซึ่งมิได้แต่งงานอย่างเป็นทางการ เป็นคนเก็บตัวและไม่สนใจเธอเลย ส่วนพ่อของเธอแทบจะไม่อยู่ให้เห็นหน้า ในปีที่ 2 เธอถูกส่งให้ไปอยู่กับตายายที่ให้การเลี้ยงดูเธอ ด้วยสภาพแวดล้อมของบ้านที่อบอุ่ม เต็มไปด้วยความรัก และการใส่ใจ จนในที่สุดรับเลี้ยงเธอเป็นลูกบุญธรรม เราพอจะคาดเดาได้ว่า เธอจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร?

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth-Thompson Learning.
  2. Albert Bandura - en.wikipedia.org/wiki/Albert_Bandura [2013, April 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน