หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 49 : พัฒนาการทางเพศผ่านพันธุกรรม (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล เด็กชายและเด็กหญิง จะรวมกลุ่ม (Congregate) กับเด็กที่มีเพศเดียวกัน เขาจะเล่นด้วยกันกับเพื่อนเพศตรงข้าม ก็ต่อเมื่อถูกจัดให้เข้ากลุ่ม แต่ถ้าเขามีโอกาสเลือก เขาจะเข้ากลุ่มกับเพื่อนเพศเดียวกัน การเล่นของกลุ่มเด็กชายจะแตกต่างจากการเล่นของกลุ่มเด็กหญิง

พฤติกรรมของเด็กทั่วโลกจะเหมือนกันตรงที่ กลุ่มเด็กชายชอบการเล่นที่ผาดโผน หรือการแสดงออกที่แข็งกร้าว [ส่วนกลุ่มเด็กหญิงชอบการร้องเพลง หรือเต้นรำ] พ่อแม่เองก็มีประสบการณ์คล้ายกัน แม้จะลองให้ของเล่นเด็กชนิดเดียวกันแก่ลูกชายและลูกสาว ก็จะพบว่า ลูกชายมักลงเอยด้วยของเล่นที่เป็นรถบรรทุก และปืน ในขณะที่ลูกสาวมักลงเอยด้วยตุ๊กตา [และเครื่องครัว]

นักวิจัยชีวภาพ (Biological researcher) เชื่อว่าความชอบในเรื่องการเล่นและของเล่นมีพื้นฐานมาจากฮอร์โมนก่อนกำเนิด (Pre-natal) โดยเฉพาะการมีหรือขาดฮอร์โมนพศชาย (Androgen) ตัวอย่างเช่น เด็กหญิงที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายระหว่างอยู่ในครรภ์ เมื่อคลอดแล้ว จะมีแนวโน้มชอบของเล่นเด็กชาย อาทิ รถยนต์ และรถดับเพลิง

เด็กหญิงกลุ่มนี้ จะมีลักษณะแข็งกร้าว เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กหญิงอื่น แต่เมื่อเติบโตขึ้น จะพัฒนา “อัตลักษณ์ทางเพศ” เป็นหญิง และมิได้มองเห็นตัวเองเป็นชายอีกต่อไป “อัตลักษณ์ทางเพศ” ส่วนใหญ่แล้ว เกิดจากอิทธิพลพันธุกรรม (Genetic influence) แม้ในอดีตที่ผ่านมา นักจิตวิทยาส่วนมากเชื่อว่าเกิดจากกระบวนการทางสังคม (Socialization) และการเรียนรู้

การศึกษาเด็กจำนวนหลายร้อยราย ที่ได้รับการเลี้ยงดูให้แตกต่าง (Discrepant) ทางเพศตามสรีระ หรือเพศกำเนิด หรือเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่ไม่ชัดเจน พบว่า “อัตลักษณ์ทางเพศ” ขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ของ จีน/ยีน (Gene) ฮอร์โมนก่อนกำเนิด โครงสร้างทางร่างกาย และประสบการณ์ในชีวิต

เนื่องจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ“อัตลักษณ์” มีจำนวนมาก ดังนั้น การต่อสู้ [ทางความคิด] ก็เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ระหว่างแพทย์ นักวิจัยเรื่องเพศ และกลุ่ม “ระหว่างเพศ” (Intersex) ในเรื่องวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับทารกที่เกิดมา “ระหว่างเพศ” อาทิ แพทย์ควรผ่าตัด แทรกแซงเรื่องฮอร์โมน หรือไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เด็กตัดสินใจเองเมื่อโตขึ้น?

ปัจจุบัน มีตัวอย่างมากมายของทารก “ระหว่างเพศ” ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วอยู่ได้ในลักษณะ (Attribute) ทั้งสองเพศ เรียกตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า “Gender queer” (Queer = รักร่วมเพศ) แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่อึดอัดใจกับเพศที่ได้รับการเลี้ยงดูมา โดยรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพศชายในร่างหญิง หรือเพศหญิงในร่างชาย เรียกตัวเองว่า “Transgender” หรือ “Transsexual” (Trans = ตรงข้าม) จึงมีการเปลี่ยน “อัตลักษณ์ทางเพศ” ผ่านการผ่าตัด หรือแทรกแซงเรื่องฮอร์โมน

แหล่งข้อมูล:

  1. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.
  2. Transgender - http://en.wikipedia.org/wiki/Transgender [2013, May 7].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan