หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 51 : พัฒนาการทางเพศผ่านการรับรู้ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีหรือบทบาท ที่เด็กชายหรือเด็กหญิงควรหรือไม่ควรทำ ประสบการณ์ในวัยเด็กนี้ สนับสนุนทฤษฎี “การพัฒนาการรับรู้” (Cognitive) ซึ่งระบุว่า ในขณะที่เด็กพัฒนาทักษะทางจิตใจ (Mental skills) และปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมนั้น เขาก็เรียนรู้กฎเกณฑ์ (Set of rules) สำหรับพฤติกรรมของเพศชาย แตกต่างจากกฎเกณฑ์สำหรับพฤติกรรมของเพศหญิง

ในมุมมองนี้ เด็กประมวลข้อมูลในใจ ซึ่งยังผลให้การเรียนรู้กฎเกณฑ์ทางเพศที่ถูกต้อง สำหรับพฤติกรรมเด็กชาย ที่แตกต่างจากของเด็กหญิง ทำให้เด็กสร้างภาพในใจ (Mental image) ของวีธีการที่เด็กควรปฏิบัติตน เรียกว่า “แบบแผนทางเพศ” (Gender schema) ซึ่งเป็นกลุ่มข้อมูลและกฎเกณฑ์ ที่ได้รับการจัดระเบียบวิธีการที่เพศชายหรือเพศหญิงควรคิดและปฏิบัติ

ตัวอย่างเช่น แบบแผนทางเพศตามประเพณี สำหรับเด็กชาย ได้แก่ การเล่นชักเย่อ การเริ่มต้นสนทนา และการสำรวจ [โลกรอบตัว] ส่วนแบบแผนทางเพศตามประเพณี สำหรับเด็กหญิง ได้แก่ การเล่นกับตุ๊กตา การแสดงออกซึ่งอารมณ์ การฟัง [และคิดตาม] และการพึ่งพาผู้อื่น

ในการใช้คำอุปมาอุปไมย (Metaphor) หรือการเปรียบเทียบ หลังอายุ 4 ขวบ เด็กทั้งชายและหญิง มักจะพูดถึงสิ่งที่หยาบ (Rough) แหลมคม (Spilky) สีดำ (Black) หรือกลไก (Mechanic) ว่าสัมพันธ์กับเพศชาย ส่วนสิ่งที่ นุ่มนิ่ม (Soft) เป็นปุยขน (Fuzzy) สีชมพู (Pink) และเป็นลายดอก (Flowery) ว่าสัมพันธ์กับเพศหญิง ดังนั้นหมีสีดำสำหรับเด็กชาย และหมาสีชมพู สำหรับเด็กหญิง เป็นต้น

“แบบแผนทางเพศ” เป็นสิ่งที่เด็กอายุระหว่าง 5 ถึง 7 ขวบ ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่น ยากที่จะลบล้าง (Didlodge) ความคิด (Notion) ดังกล่าว และเด็กชายจะแสดงออกซึ่ง “แบบแผนทางเพศ” มากกว่า เด็กหญิง อาจเป็นเพราะสังคมทั่วโลก ให้ “ค่านิยม” (Value) ของอุปนิสัย (Trait) อาชีพ (Occupation) และสถานะ (Status) แก่เพศชายมากกว่าเพศหญิง

ดังนั้น เมื่อเด็กชายประพฤติตัวเหมือนเด็กหญิงในกิจกรรม หรือการเล่น เขาจะสูญเสียสถานะความเป็นชาย แต่ในทางกลับกัน หากเด็กหญิงประพฤติตัวเหมือนเด็กชาย เธอจะได้รับการยอมรับ เสมือนหนึ่งเป็นการปรับปรุงสถานะให้ดีขึ้น และนี่เป็นปรากฏารณ์ที่พบเห็นเกือบทั่วโลก

มีเด็กจำนวนมากที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมยืดหยุ่น “แบบแผนทางเพศ” ไปตลอดชีวิต โดยรู้สึกอึดอัด (หรือโกรธเคือง) ผู้ “แหกกฏ” บทบาทตามประเพณีที่เคร่งครัด รวมทั้งผู้ที่เป็นเพศที่ 3 (Transgender) ซึ่งไม่อาจจัดอยู่ในประเภทชายหรือหญิง และต้องการเปลี่ยนแปลงเพศด้วยซ้ำ เมื่อเริ่มเป็นเด็กโตขึ้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน