หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 53 : พัฒนาการทางเพศผ่านการเรียนรู้ทางสังคม (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ความแตกต่างทางเพศ ก่อให้เกิดความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันหรือไม่?” เป็นคำถามที่มาจากความคิดเห็นในอดีตที่เข้าใจว่า เด็กหญิงมีระดับสติปัญญาที่ต่ำกว่าเด็กชาย การวิจัยหลายครั้ง ไม่พบความแตกต่างในเรื่องนี้อย่างใด แต่มีความแตกต่างของความสามารถในการรับรู้เฉพาะอย่าง (Specific cognitive)

ตัวอย่างเช่น เด็กหญิงมักทำคะแนนได้สูงกว่าเด็กชาย จากการทดสอบความแตกฉาน (Fluency) ในการใช้และการจำคำพูด ตลอดจนความเข้าใจในการอ่านและเขียนภาษา ส่วนเด็กชายมักทำคะแนนได้สูงกว่าเด็กหญิง จากการทดสอบความสามารถในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และกลไกในการใช้เหตุผล

ในการศึกษาว่า “ทำไมเด็กหญิงมักจะเก่งกว่าเด็กชาย ในเรื่องการประมวลคำ?” นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า เด็กหญิงประมวลภาษาโดยการใช้สมองทั้งสองข้าง ในขณะที่เด็กชายใช้เพียงสมองข้างซ้ายเท่านั้น การศึกษานี้ สรุปได้ว่าความแตกต่างทางเพศในเรื่องความสามารถในการเรียนรู้ มาจากความแตกต่างในการทำงานของสมองเพศชายกับเพศหญิง

เมื่อมีประสบการณ์และการรเรียนรู้ที่ทันสมัยขึ้น (Sophistication) ทำให้เด็กที่เจริญเติบโตขึ้น จะเริ่มมีความยืดหยุ่นใน “แบบแผนทางเพศ” (Gender schema) โดยเฉพาะเมื่อเขามีเพื่อนต่างเพศ และได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัวที่สนับสนุนความยืดหยุ่นดังกล่าว เด็กโตเริ่มปรับเปลี่ยนความคิดและความเข้าใจใหม่ว่า ผู้ชายสามารถเป็น “พ่อครัว” (Cook) ได้ และผู้หญิงก็สามารถเป็น “นักบิน” (Pilot) ได้

“พัฒนาการการรับรู้” (Cognitive) ตอกย้ำเรื่องเด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้กฎเกณฑ์และ “แบบแผนทางเพศ” ซึ่งยังผลให้เกิดบทบาททางเพศที่แตกต่างกัน ส่วน “พัฒนการการเรียนรู้ทางสังคม” (Social-learning) ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคาดหวังจากพ่อแม่ ญาติมิตร และสังคม แต่ทั้งสองทฤษฎี ก็พยากรณ์การพัฒนาบทบาททางเพศที่แตกต่างกันของเด็กชายและเด็กหญิง

วัฒนธรรมและศาสนา ก็แตกต่างกันในเรื่อง “แบบแผนทางเพศ” เช่นกัน ในประเทศพัฒนาแล้ว เป็นที่ยอมรับกันว่า ชายและหญิงควรได้โอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษา อันที่จริง มีกฎหมายกำกับให้เป็นไปตามนั้น อย่างน้อยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้น “แบบแผนทางเพศ” จึงทรงพลังมากในทางปฏิบัติ

แต่ในประเทศด้อยพัฒนาอย่างอัฟกานิสถาน แม้กลุ่มตาลีบัน (Taliban) จะถูกโค่นล้มไปแล้ว พร้อมทั้งกฎหมายห้ามผู้หญิง มิให้เข้ารับการศึกษา ทุกวันนี้ ผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานที่ไปเข้าโรงเรียน ก็ยังได้รับคำขู่หมายเอาชีวิต (Death threat) อยู่เป็นนิจ ดังนั้นจึงมีเหตุการณ์ไม่น้อย ที่ท้าทายความชอบธรรม (Legitimacy) ของ “แบบแผนทางเพศ”

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน