หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 57 : วัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นักเล่นไวโอลิน และครูสอน ชื่อ “ชินนิชิ ซูซูกิ” (Shinichi Suzuki) ได้พัฒนา “วิธีการซูซูกิ” (Suzuki method) สำหรับการสอนเด็กเล็กในการเล่นไวโอลิน โดยมี 4 ขั้นตอน ดังนี้

ในขั้นตอนที่ 1 ของวิธีการซูซูกินั้น เขาแนะนำว่า อายุสำหรับการเริ่มต้นเรียนรู้การเล่นไวโอลิน ก็คือ 3 ขวบ สำหรับเด็กหญิง และ 4 ขวบ สำหรับเด็กชาย เด็กหญิงสามารถเริ่มต้นในวัยที่อายุน้อยกว่าเด็กชาย เพราะเด็กหญิงบรรลุ “วุฒิภาวะ” (Maturity) เร็วกว่าเด็กชาย แต่ก็เตือนพ่อแม่ว่า ช่วงสมาธิของด็ก 3 - 4 ขวบนั้น สั้นมาก ตั้งแต่ 30 วินาที ถึงหลายนาทีเป็นอย่างมาก

ในขั้นตอนที่ 2 ของวิธีการซูซูกินั้น เขาแนะนำว่า การให้ข้อมูลหรือออกคำสั่งการสอนไวโอลิน สำหรับเด็กเล็ก ควรผ่านเกม และแบบทดสอบ อาทิเด็กได้รับการสอนให้ถือไวโอลินไว้ในมือ ใช้คันสี (Bow) และกดสาย (String) โดยผ่านการเล่นเกม ที่เล่นด้วยนิ้วมือทั้งสองข้างก่อน หลังจากนั้นเด็กจะได้รับการสอนวิธีอ่านดนตรี (ตัวโน้ต) ก็ต่อเมื่อมีอายุมากขึ้น และมีทักษะทางเทคนิค(Technical skill) ในการเล่นไวโอลิน

ในขั้นตอนที่ 3 ของวิธีการซูซูกินั้น เขาแนะนำว่า เด็กอายุ 3 - 4 ขวบ เริ่มต้นเล่นไวโอลินขนาดเล็ก (Miniature) ก่อน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเครื่องเล่น (Instrument) ที่ชิ้นใหญ่โตขึ้น ไปตามพัฒนการของอายุเด็ก อาทิ เซลโล (Cello) [ซึ่งเป็นไวโอลินขนาดใหญ่] สำหรับเด็กอายุ 5 ขวบ สำหรับเครื่องดนตรีชนิดอื่น อายุเริ่มต้นจะแตกต่างกันไป อาทิ เขาแนะนำเปียนโนสำหรับเด็กอายุ 4 - 5 ขวบและขลุ่ย (Flute) สำหรับเด็กอายุ 9 ขวบ เพราะเครื่องดนตรีเหล่านี้ต้องอาศัยความคล่องแคล่ว (Dexterity) ของนิ้วมือ

ในขั้นตอนที่ 4 ของวิธีการซูซูกินั้น เขาแนะนำหลายๆ หนทางที่จะรักษาแรงจูงใจ (Motivation) ในเด็กเล็ก ให้อยู่ในระดับสูง โดยพ่อแม่ทำตัวให้เป็น “แบบอย่าง” (Model) ที่ว่องไว (Active) เล่นเกมไวโอลิน ซึ่งจะสนุกสนานสำหรับเด็ก หลีกเลี่ยงเกมหรือบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน (Competition) และไม่ผลักดัน (Push) เด็กเกินกว่าระดับที่เขาจะสามารถเอื้อมถึง

บทสรุปก็คือ พ่อแม่และครูสอน ซึ่งได้ใช้วิธีการของซูซูกิ ต่างรายงานผลสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม เพราะหลักการพื้นฐานของวิธีการซูซูกิ สำหรับการสอนไวโอลินเด็กเล็ก ช่างเหมือนกับกระบวนการในใจ (Mental process) 4 ขั้นตอน สำหรับการเรียนรู้ทางสังคม (Social learning) ของ อัลเบอร์ต แบนดูรา (Albert Bandura) อย่างเหลือเชื่อ

ทั้งซูซูกิ และแบนดูรา ต่างรับรู้ความสำคัญของการเรียนรู้โดยวิธีสังเกต (Observational learning) และปริมาณข้อมูลที่เด็กจะเรียนรู้จากการเฝ้าสังเกต และเลียนแบบ “แบบอย่าง” ความสำเร็จของวิธีการซูซูกิที่ใช้สอนเด็กเล็กในการเล่นไวโอลิน เป็นสิ่งรองรับสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา อย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Social learning theory - http://en.wikipedia.org/wiki/Social_learning_theory [2013, April 23].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน