หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 69 : เด็กสมาธิสั้นและไม่สงบนิ่ง (4)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มีวิธีการหลากหลายในการรักษาเด็กสมาธิสั้นและไม่สงบนิ่ง (Attention deficit/hyperactivity disorder : ADHD) รวมทั้งอาหาร วิตามิน ยา และพฤติกรรมบำบัด (Behavioral therapy) ซึ่งต่างก็อ้างว่าสามารถช่วยเด็ก ADHD ได้ แต่คำอ้างดังกล่าว เชื่อถือได้หรือไม่นั้น นักวิจัยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) ในการค้นหาความสัมพันธ์ ระหว่างเหตุและผล โดยอาศัยกฎเกณฑ์ที่จะลดโอกาสความผิดพลาด (Error) ความลำเอียง (Bias) และความบังเอิญ (Chance)

ตัวอย่างเช่น จากข้อสมมุติฐาน (Hypothesis) ว่า ยาริตาลิน (Ritalin) จะช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็ก ADHD ในห้องเรียน นักวิจัยสังเกตพฤติกรรมดังกล่าวในช่วงระยะเวลา 30 นาที เพื่อนับจำนวนครั้งที่เด็กลุกออกจากที่นั่ง ก่อพฤติกรรมทำลาย [สิ่งของ] รบกวน (Disturb) ผู้อื่น กล่าวคำสบถ หยอกล้อ [เพื่อนนักเรียน] และไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง [ของครู] ผลปรากฏว่า ริตาลิน สามารถลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ในข้อถกเถียงกัน (Controversy) ถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาเด็ก ADHD นั้น นักวิจัยพบ [ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความกังวลของพ่อแม่] ว่าการปรุงอาหารบางอย่าง ที่หลีกเลี่ยงการแต่ง (Artificial) รสหรือสี สารหมักดอง (Preservative) สารเพิ่มความหวาน (Sweetener) หรือน้ำตาล มิได้มีผลกระทบต่อภาวะไม่สงบนิ่งของเด็ก ADHD เลย หรือมีก็น้อยมาก

ส่วนโปรแกรมบำบัดรักษาที่ไม่ใช้ยา เรียกว่า “การดัดแปลงพฤติกรรม” (Behavioral modification) ใช้หลักการเรียนรู้ในการเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งต้องอาศัยความพยายามของพ่อแม่เป็นอย่างมาก ปรากฎว่า ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในการบรรเทาอาการ ADHD

ผลการวิจัยอีกฉบับหนึ่ง สรุปว่า หากใช้ริตาลิน (Ritalin) ซึ่งเป็นยายอดนิยมในการบำบัดรักษา ADHD ร่วมกับการดัดแปลงพฤติกรรม จะมีประสิทธิผล (Effective) มากกว่าการดัดแปลงพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว

ยังมีข้อถกเถียงในเรื่องผลกระทบระยะยาวของ ADHD เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ADHD และเข้ารับการบำบัดรักษาด้วย ยาริตาลิน ประมาณ 30 ถึง 70% ของเด็กดังกล่าว ยังคงมีปัญหาจนถึงวัยรุ่น (Adolescence) และวัยผู้ใหญ่ (Adulthood) โดยมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถจบมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษา มีเพียง 1% เท่านั้นที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้เด็ก ADHD ยังมีความเสี่ยงสูงของพฤติกรรมต่อต้านสังคม (Anti-social) อาทิ การชกต่อย การทำผิดกฎหมาย หรือการเสพยาเสพติด เนื่องจาก ADHD เป็นปัญหาต่อเนื่องระยะยาว นักวิจัยจึงสนับสนุนให้พ่อแม่และครูรวมโปรแกรมพฤติกรรมไว้ในหลักสูตรที่บ้านและที่โรงเรียน อาทิ การกำหนดจุดมุ่งหมายและกฎเกณฑ์ รวมทั้งการให้รางวัลปฏิบัติการ เพื่อช่วยเด็ก ADHD ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เมื่อเป็นวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Attention deficit hyperactivity disorder - http://en.wikipedia.org/wiki/Attention_deficit_hyperactivity_disorder [2013, May 21].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน