หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 73 : เด็กอัจฉริยะ (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในปี พ.ศ. 2447 ชาร์ลส์ สเปียร์แมน (Chares Spearman) รายงานถึงการวัดสติปัญญาโดยวิธีปรนัย โดยเป็นคนแรกที่ใช้วิธีการวัดทางจิตวิทยา (Psycho-metric approach) ซึ่งเป็นการวัดเชิงปริมาณของความสามารถในการรับรู้ (Cognitive) หรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ (Performance) ทางสติปัญญา จนนำไปสู่การพัฒนาทฤษฎีสองปัจจัย (Two-Factor)

ทฤษฎีนี้กล่าวว่า สติปัญญาประกอบด้วยสองปัจจัย ปัจจัยแรกเป็นความสามารถทางสติปัญญาทั่วไป (General) “g” อันเป็นตัวแทนของสิ่งที่การรับรู้ต่างๆ ทั้งหลายมีร่วมกัน ส่วนปัจจัยหลังเป็นปัจจัยเฉพาะ “s” อันรวมทั้งความสามารถทางสติปัญญาเฉพาะ (Specific) อาทิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (Mathematical) เครื่องกล (Mechanical) หรือวาจา (Verbal)

สเปียร์แมน เชื่อว่า “g” เป็นตัวแทนของพลังงานทางจิตใจ (Mental energy) ซึ่งในปัจจุบันได้รับการนิยามและวัดผลด้วยผลลัพธ์ทางสติปัญญา จากความสามารถของบุคคลในการรับรู้ที่หลากหลายและสัมพันธ์กัน โดย “แปลงโฉม” (Transform) เป็นคะแนนในการทดสอบที่รู้จักในนามของ ไอคิว (IQ = Intelligence quotient) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

หากใช้ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐาน สตีฟ ลู (Steve Lu) ซึ่งได้คะแนน 194 เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 100 ณ อายุ 5 ขวบ ก็ต้องถือว่า เขาเป็นเด็กอัจฉริยะ บิล เกตส์ (Bill Gate) ก็เป็นผู้ที่มีสติปัญญาสูงมากเช่นกัน แต่มิโดริ โกโตะ (Midori Goto) และ วีนัส วิลเลียมส์ (Venus Williams) อาจถูกมองข้ามไป เพราะทักษะพิเศษของเขาทั้งสองมิได้อยู่ในนิยามของทฤษฎีนี้

ข้อดีของ “g” นอกจากเป็นตัววัดระดับสติปัญญาแล้ว ก็ยังสามารถใช้พยากรณ์ผลลัพธ์ในการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา และอาชีพในบางสาขา แต่ข้อเสียก็คือการเพิกเฉยต่อความสามารถอื่นๆ อาทิ การเคลื่อนไหว (Motor) ดนตรี (Music) การมอง (Perceptual) การคิดสร้างสรรค์ (Creative) และการปฏิบัติ (Practical)

ฮาวเวอร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) เป็นชาวอเมริกันซึ่งเกิดใน ปี พ.ศ. 2486 และยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นศาสตราจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย Harvard เขาได้ขยายคำจำกัดความของสติปัญญา ให้รวมถึงความสามารถต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จนพัฒนาเป็นทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple-Intelligence)

ทฤษฎีนี้กล่าวว่า นอกเหนือจากสติปัญญาทั่วไป “g” แล้ว ยังมีสติปัญญาอื่นๆ ด้วย อย่างน้อยอีก 7 ตัว อันได้แก่ ความสามารถทางวาจา ดนตรี คณิตศาสตร์ มิติ (Spatial) การเคลื่อนไหวทางร่างกาย ความเข้าใจตนเอง และความเข้าใจผู้อื่น การ์ดเนอร์พัฒนาทฤษฎีนี้หลังจากศึกษาถึง (1) ความสามารถที่หลงเหลืออยู่หลังจากสมองถูกทำลาย (2) วิธีการที่เด็กอัจริยะพัฒนาสติปัญญาพิเศษ และ (3) วิธีการที่ผู้คนพัฒนาความสามารถที่แตกต่างกัน เพื่อการปรับปรุงตนเองจนประสบความสำเร็จ

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Howard Gardner - http://en.wikipedia.org/wiki/Howard_Gardner [2013, May 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน