หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 78 : เด็กเจ้าปัญหา (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


“คุณจะคุ้นเคยกับเด็กบางคน ก่อนจะเริ่มสอนด้วยซ้ำ” เจเนต จอห์นสัน (Janet Johnson) กล่าว หลังจากทำงานเกือบ 20 ปี เป็นครูประถม 1 โรงเรียนประถมศึกษาชัดเวลล์ (Chadwell Elementary School) ในเมือง Nashville รัฐเท็นเน็สซี จอห์นสันทราบดีว่า เมื่อใดปัญหากำลังเกิดขึ้น “คุณเพียงได้ยินชื่อเด็กเหล่านี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า” เธอกล่าวเพิ่มเติม “ครูอื่นๆ ได้ ‘ยกธงขาว’ยอมแพ้เด็กกลุ่มนี้ อย่างศิโรราบ เพราะเด็กโกรธง่าย เอาแก่ใจตนเอง (Self-centered) และผลการเรียนก็ยอดแย่”

โรงเรียนประถมศึกษาชัดเวลล์ เข้าร่วมโครงการวิจัย เพื่อค้นหาว่าเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการวิวัฒนาปัญหาก้าวร้าวเรื้อรัง (Chronic aggression) อาทิ เป็นอันธพาล (Bullying) หนีเรียน (Truancy) หรือมีพฤติกรรมก่อกวนความสงบ (Disruptive) จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ก่อนที่ชีวิตจะเหลวแหลกสุดกู่จนไม่อาจแก้ไขได้ (Irretrievable)

โครงการนี้ชื่อว่า “เส้นทางด่วน” (Fast track) เป็นโปรแกรมเข้าแทรกแซง (Intervention) พฤติกรรมเด็ก โดยในขั้นแรกจะค้นหาเด็กที่มีผลการเรียนไม่ดี และมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเด็กก้าวร้าวและก่อกวนความสงบ เนื่องจากความรุนแรงภายในบ้าน (Domestic violence) ของพ่อแม่ แล้วครูก็เข้าแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคมและการเรียน

มีการจัดอบรมครูทุกคน เพื่อให้เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือนักเรียน รับมือกับความโกรธและความก้าวร้าว ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้การแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันผู้อื่นอย่างสันติ “เราเริ่มต้นด้วยพื้นฐานง่ายๆ” ครูเทเลอร์ มาร์ติน (Taylor Martin) ซึ่งได้รับการฝึกอบรมพิเศษ และได้ทำงานเด็กกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว อธิบายว่า “เราตั้งกฎเกณฑ์ว่า ไม่ให้มีการชกต่อย ไม่มีการตบตี และตั้งใจฟังครู” เด็กจะเรียนรู้ในไม่ช้าว่า พฤติกรรมก่อกวนความสงบ จะไม่ได้รับการใจใส่ แต่พฤติกรรมที่ดีจะได้รับรางวัล

ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย “แม่คนหนึ่งที่เข้ามาพบ ไม่มีการสื่อสารใดๆ กับลูกสาวเลย” เท่าที่ครูคาเร็น เดวิส (Karen Davis) จำได้ “สิ่งที่แม่ทำได้ดีที่สุดก็คือ พูดว่า ‘มานี่และนั่งลง’ หรืออะไรทำนองนั้น เรามีการซ้อมบทบาท (Role-playing) และพูดคุยกันในเรื่องพ่อแม่ควรมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็ก?”

โปรแกรมได้แสดงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เมื่อโครงการนี้เริ่มขึ้นใน Nashville เด็กที่มีความเสี่ยงสูงทุกคนอยู่ในชั้นอนุบาลตามปรกติ เมื่อขึ้นประถม 4 ประมาณ 40% ของเด็กกลุ่มเสี่ยงต้องเข้ารับการสอนพิเศษ (Special education) เพราะมีผลการเรียนตกต่ำย่ำแย่มาก อย่างไรก็ตาม มีเพียง 23% ของเด็กกลุ่มเสี่ยงที่เข้าโปรแกรมแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องเข้ารับการสอนพิเศษดังกล่าว สรุปผลว่า โครงการ “เส้นทางด่วน” สามารถช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ให้มีอนาคตที่แจ่มใสขึ้น

เนื้อหานี้เรียบเรียงจากบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยาสาร Parade ที่เขียนโดยไมเคิล ไรอัน (Michael Ryan)

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Controlling Aggressive Behaviour - Top 10 Tips - http://www.parenting.co.uk/help/Aggressive-Behaviour.cfm [2013, June 11].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน