หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 80 : การหวดก้นเด็ก เพื่อสร้างวินัย (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทุกวันนี้ประมาณ 64% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเห็นชอบกับการหวดก้นเด็ก (Spanking) การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประกายประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากว่า “ควรหรือไม่ควรหวดก้นเด็ก?” นักสังคมวิทยา (Sociologist) เมอเรย์ สเตราส์ (Murray Straus) รายงานผลที่น่าสนใจในวารสารแพทย์เด็กเล็กและวัยรุ่น (Archives of Pediatrics and Adolescence Medicine)

เขากล่าวว่า พ่อแม่ที่หวดก้นเด็กซึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสม (Misbehavior) มากเท่าไร ก็จะมีผลเลวร้ายต่อพฤติกรรมในระยะยาว มากเท่านั้น “เราสามารถแสดงให้พ่อแม่เห็นว่า เมื่อพ่อแม่พยายามแก้ไขพฤติกรรมลูก ด้วยการหวดก้นนั้น จะมีผลสะท้อนกลับ (Backfire) . . . จำนวนครั้งของการหวดก้น (สัปดาห์ละ 3 ครั้งหรือมากกว่า) ก็จะส่งผลเลวร้ายต่อพฤติกรรมเด็กต่อเนื่องในช่วงเวลา 2 - 4 ปีให้หลัง”

อย่างไรก็ตาม การศึกษาของสเตราส์ มีปัญหา 3 ข้อ กล่าวคือ (1) อายุของแม่เด็ก อยู่ระหว่าง 14 - 21 ปี ซึ่งมิใช่ตัวแทนของตัวอย่าง (Representative sample) ที่ดีของแม่ในสหรัฐอเมริกา (2) การศึกษานี้พิจารณาเด็กที่มีอายุ 6 - 9 ขวบแต่มิได้รวมเด็กที่มีอายุต่ำกว่า และ (3) แม่เด็กได้รับการสัมภาษณ์ 2 ครั้ง โดยห่างกัน 2 ปี จึงมีประเด็นในเรื่องความเชื่อถือได้ (Reliability) และคำตอบตามความเป็นจริง (Truthfulness)

นายแพทย์ เด็น ทรัมบุล (Den Trumbull) ซึ่งเป็นกุมารแพทย์ ผู้ไม่เห็นด้วยกับบทสรุปของสเตราส์ เขาเชื่อว่า การหวดก้นเด็กจะได้ผลและไม่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการเด็ก ก็ต่อเมื่อจำกัดอยู่เพียงเด็กที่มีอายุอยู่ระหว่าง 18 เดือนถึง 6 ขวบ แต่จะทำให้เกิดปมด้อย (Humiliate) และชอกซ้ำ (Trauma) ในจิตใจของกลุ่มเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 ถึง 9 ขวบ ซึ่งจะสืบเนื่องถึงอนาคต นายแพทย์ทรัมบุล กล่าวว่า เขาเห็นชอบกับการตีก้น (Buttock-slap) เพียงครั้งสองครั้ง เท่านั้น และควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายเท่านั้น

นักจิตวิทยา โรเบอร์ต ลาร์ซีเลียร์ (Robert Larzelere) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ณ Boys Town ในรัฐเนบราสกา ซึ่งไม่อนุญาตให้หวดก้นเด็ก ได้ทบทวนงานวิจัย 35 ฉบับ แต่ไม่พบหลักฐานที่แสดงว่า การหวดก้นของพ่อแม่มีผลกระทบที่เสียหาย เขาจึงสรุปว่า การหวดก้นหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับ วิธีการหวดก้น

“หากพ่อแม่ใช้การหวดก้นเด็กเป็นทางเลือกสำรอง (Back-up) ในบางครั้ง แทนการขอเวลานอก (Time-out) และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวินัย (Discipline) ในบริบทที่มีความสัมพันธ์รักและผูกพัน ก็จะมีผลกระทบต่อบทบาทที่เป็นคุณ (Beneficial role)” [ต่อพฤติกรรมเด็กในช่วงเวลาต่อมาของชีวิต]”

สมาคมวิชาการกุมารเวชอเมริกัน (American Academy of Pediatrics) ก็สรุปว่า ในบางสถานการณ์ การหวดก้นเด็กอาจเป็นทางเลือกสำรองที่ได้ผล แทนรูปแบบอื่นของการลงโทษเพื่อสร้างวินัย

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Spanking - http://en.wikipedia.org/wiki/Spanking [2013, June 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน