หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 81 : การหวดก้นเด็ก เพื่อสร้างวินัย (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นักจิตวิทยา เออร์วิน ไฮแมน สรุปว่า “มีหลักฐานเพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องหวดก้นเด็ก แม้หลักฐานดังกล่าวยังอ่อนอยู่” อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาเด็ก (Child psychology) สามารถตอบคำถามหลากหลาย ที่มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่ดังนี้

  • อะไรคือทัศนคติของคุณต่อการหวดก้น และผลจากการวิจัยนี้มีอิทธิพลต่อทัศนคติของคุณมากแค่ไหน? คำตอบคือ ทัศนคติของคุณต่อการหวดก้นได้รับอิทธิพลมาจากวิธีการที่คุณและพี่น้องของคุณได้รับการลงโทษจากพ่อแม่ของคุณ อาทิ พ่อแม่ของคุณใช้วิธีการหวดก้น ที่ให้ผลกระทบในเชิงลบ มากน้อยเพียงใด?
  • การวิจัยนี้ของนักสังคมวิทยา สเตราส์ (Straus) ใช้วิธีการอย่างไหน ในการตอบคำถาม และอะไรคือปัญหาในการศึกษาครั้งนี้? คำตอบคือการศึกษาครั้งนี้ใช้การสำรวจ (Survey) ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้ประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูล จากผู้คนจำนวนมาก แต่แม่ที่ร่วมอยู่ในการศึกษานี้ อาจหลงลืม หรือให้คำตอบที่คิดว่าผู้ขอสัมภาษณ์อยากได้ [มากกว่าความเป็นจริง] ปัญหาของการวิจัยครั้งนี้ อยู่ที่การเลือกตัวอย่างของแม่ ซึ่งมีอายุระหว่าง 14 - 21] และการไม่รวมเด็กที่มีอายุต่ำกว่า อายุ 6 ขวบ
  • ความเชื่อของนายแพทย์ทรัมบุล (Trumbull) ในเรื่องการหวดก้นเด็ก แตกต่างจากผลการศึกษาของ เสตราส์ อย่างไร ซึ่งแสดงผลว่าการหวดก้นมีผลกระทบที่เสียหายต่อเด็ก? คำตอบคือ นายแพทย์ทรัมบุล เชื่อว่าการหวดก้นเด็กไม่มีอันตรายต่อเด็กที่มีอายุระหว่าง 18 เดือน ถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มิได้อยู่ในช่วงอายุที่ สเตราส์ทำการศึกษา
  • อะไร คือบทสรุป ของนักจิตวิทยา ลาร์ซีเลียร์ (Robert Larzelere) ที่สำคัญต่อวิธีการหวดก้นเด็ก? คำตอบคือ ลาร์ซีเลียร์เชื่อว่า วิธีการที่พ่อแม่หวดก้นเด็ก (กระทำในบริบทของความรักและผูกพัน) และเป็นทางเลือกสำรองของการขอเวลานอก (Time-out) มีความสำคัญมากกว่าประเด็นของ การหวดก้นหรือไม่หวดก้น
  • การหวดก้นและการขอเวลานอก แตกต่างกันอย่างไ? คำตอบคือ การหวดก้นเป็นตัวอย่างของการลงโทษในเชิงบวก (Positive punishment) หรือการหลีกเลี่ยง (Aversive) สิ่งกระตุ้น (Stimulus) อาทิ ความเจ็บปวด ส่วนการขอเวลานอก เป็นตัวอย่างของการลงโทษในเชิงลบ (Negative punishment) หรือการเอาสิ่งกระตุ้นออก อาทิ ความใส่ใจในของเล่น และโทรทัศน์
  • คุณเห็นด้วยกับนักจิตวิทยา ไฮแมน หรือไม่ในการสั่งห้าม (Ban) การหวดก้นเด็ก? คำตอบคือ คงเป็นการยากที่จะไม่มีปฏิกิริยาอ่อนไหว เมื่อถกเถียงกันในเรื่องนี้ ผลสรุปจากการวิจัยมักไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน แต่ให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงสำหรับการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) ความรู้สึกของคุณ จึงมีอิทธิพลต่อการสนองตอบผลวิจัย คุณอาจรู้สึกว่า การหวดก้นเด็กเป็นวิธีการสุดท้ายที่จำเป็น หรือคุณอาจคิดว่า เราไม่มีสิทธิทำร้ายร่างกายเด็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson ณLearning.
  2. Spanking - http://en.wikipedia.org/wiki/Spanking [2013, June 18].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน