หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 84 : บทอวสาน

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ใน 83 ตอนที่ผ่านมา คุณผู้อ่านคงเห็นแล้วว่า จิตวิทยาเด็ก (Child psychology) เป็นการศึกษากระบวนการทางจิตวิทยาของเด็ก เพื่อความเข้าใจว่า (1) กระบวนการนี้มีพัฒนาการอย่างไรตั้งแต่ทารกในครรภ์ แรกเกิด จนถึงปฐมวัย? (2) กระบวนการนี้แตกต่างกันจากเด็กคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งอย่างไร และทำไม? และ (3) กระบวนการนี้สามารถนำไปใช้ประยุกต์กับชีวิต ประจำวัน ได้อย่างไร?

สาขาวิชานี้เป็นวิทยาศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานการทดลองปฏิบัติการ (Empirical) โดยมีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2383 เมื่อ ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) เริ่มบันทึกการเจริญเติบโตของลูกคนหนึ่งของเขาเอง รวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดราวกับว่าเขากำลังศึกษาสายพันธุ์ (Species) ที่ยังไม่มีคนรู้จัก หลังจากนั้น นักจิตสรีรวิทยา (Psycho-physiologist) ชื่อวิลเลียม เพรเออร์ (William Preyer) ได้วางรากฐานวิธีการศึกษาในเรื่องนี้ แล้วศึกษาในแนวทางของดาร์วิน แต่ลงลึกในรายละเอียดมากกว่า

ใน ปี พ.ศ. 2434 นักจิตวิทยาการศึกษา (Educational psychologist) ชาวอเมริกันชื่อ จี สแตนเลย์ ฮอลล์ (G. Stanley Hall) ได้จัดพิมพ์วารสาร Pedagogical Seminary ว่าด้วยจิตวิทยาเด็กและการสอนเด็ก (Child pedagogy) โดยในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 20 การพัฒนาการทดสอบสติปัญญา (Intelligence test) และการเปิดตัวของคลินิก [ทางการแพทย์] ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเด็กโดยเฉพาะ ทำให้สาขาวิชานี้เริ่มสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 บุคคลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกหลายท่าน เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างคุณประโยชน์ต่อวงการจิตวิทยาเด็ก อาทิ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) และลูกสาวของเขาชื่อ แอนนา ฟรอยด์ (Anna Freud) ซึ่งศึกษาพัฒนาการเด็กจากมุมมองของจิตวิเคราะห์ (Psycho-analytic)

แต่ผู้ทรงอิทธิพลต่อจิตวิทยาเด็กในสมัยใหม่ (Modern child psychology) คือ ฌอง เปียเจนต์ (Jean Piaget) ชาวสวิสเซอร์แลนด์ โดยวิธีการสังเกตและปฏิสัมพันธ์ (Interaction) เปียเจต์ได้พัฒนาทฤษฎีที่ช่วยให้เข้าใจเด็ก เขาบรรยายถึงขั้นตอนต่างๆ ของการเรียนรู้ในวัยเด็ก การมอง (Perception) ของเด็กเกี่ยวกับตัวเด็ก และโลกรอบตัวเด็กในแต่ละขั้นตอน

ข้อมูลของจิตวิทยาเด็กเริ่มได้รับการรวบรวมจากแหล่งต่างๆ อาทิ การสังเกตโดยญาติ ครู และผู้ใหญ่อื่นๆ นอกเหนือจากพ่อแม่ ตลอดจนการสังเกตโดยนักจิตวิทยาเอง และการสัมภาษณ์เด็ก ในบางกรณี การใช้หน้าต่างทางเดียว (One-way window) หรือกระจกเงา (Mirror) ช่วยให้เด็กมีอิสรภาพในการปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเฝ้าสังเกตอยู่ ในเวลาต่อมา การทดสอบบุคลิกภาพ (Personality) และวิธีทดลอง (Experimental) ก็เป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจในพัฒนาการเด็ก

แม้จะมีความพยายามรวบรวมทฤษฎีต่างๆ ของพัฒนาการเด็กเข้าด้วยกัน แต่สาชาวิชานี้ยังขับเคลื่อนด้วยพลวัตร (Dynamics) สูง จึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไปตามวิวัฒนาการทางด้านสรีรวิทยา (Physiology) ควบคู่ไปกับจิตวิทยา (Psychology) สิ่งสำคัญคือการนำจิตวิทยาเด็กไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แหล่งข้อมูล:

  1. Child psychology - http://www.britannica.com/EBchecked/topic/111086/child-psychology [2013, June 25].
  2. Damon, William (Editor). (2006). Handbook of Child Psychology (6th Ed). Hoboken, NJ : John Wiley & Sons, Inc.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน