หน้าหลัก » Blogs » จินตนาการตั้งแต่เด็กเล็ก (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


Jacqueline Woolley นักจิตวิทยาและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Texas at Austin ได้ทำการศึกษาเรื่องกระบวนการในการจินตนาการ การจินตนาการของเด็ก และได้ศึกษาด้วยว่าเด็กสามารถแยกแยะจินตนาการออกจากความจริงได้อย่างไรด้วย

โดยการศึกษาเรื่องจินตนาการของเด็กทำให้ทราบว่าจินตนาการและการแสดงบทบาทสมมติมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เด็กเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ และความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น

นอกจากนี้ Jacqueline Woolley ยังได้จัดตั้งกลุ่มขนาดย่อม โดยรวมตัวเด็กๆในห้องทดลองของเขา เพี่อศึกษาเกี่ยวกับซานตาคลอส นางฟ้าฟันน้ำนม และแม่มด กับจินตนาการของเด็ก โดยศึกษาว่าเด็กจะสามารถแยกแยะจินตนาการออกจากความจริงได้เมื่ออายุเท่าใด

จากผลการศึกษาทำให้พบว่า 70% ของเด็กอายุ 3 ขวบเชื่อว่าซานตาคลอสนั้นมีอยู่จริงและ 78% เชื่อว่าเรื่องพนักงานขนขยะเป็นเรื่องจริง ในขณะที่เมื่ออายุ 5 ปี เด็กจะเชื่อว่าซานตาคลอสเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเป็น 83% จนเมื่ออายุ 7 ขวบความเชื่อดังกล่าวจึงลดลง และเมื่ออายุ 9 ขวบ ก็มีเด็กเพียง 3% ที่เชื่อว่าซานตาคลอสเป็นเรื่องจริงแต่เด็กทุกคนบอกตรงกันว่า เรื่องพนักงานขนขยะเป็นบุคคลที่มีอยู่จริง

ดังนั้น Jacqueline Woolley จึงได้สรุปว่าไม่ต้องกังวลว่าจินตนาการจะทำให้เด็กไม่สามารถแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องแฟนตาซีได้ เพราะเด็กแยกแยะเรื่องพวกนี้ออกตั้งแต่อายุ 3 ขวบแล้ว

Jacqueline Woolley กล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรช่วยกระตุ้นจินตนาการของลูกรัก พ่อแม่ไม่ต้องไปกังวล ถ้าลูกมีเพื่อนในจินตนาการ ควรให้ลูกทำต่อไปหากเพื่อนในจินตนาการทำให้พวกเขามีความสุข เช่นเดียวกับในกรณีที่ลูกเชื่อเรื่องตัวละครในจินตนาการหรือในตำนานต่างๆ พ่อแม่ก็ไม่ควรไปห้าม แต่หากไม่สนับสนุน ก็ควรช่วยกระตุ้นจินตนาการลูกในทางอื่นแทน เช่น ผ่านการเล่นแต่งตัวตุ๊กตา หรือ การอ่านนิทาน อ่านวรรณกรรมต่างๆ

ถ้าลูกถามว่าซานต้าหรือตัวละครในจินตนาการตัวอื่นๆ มีจริงไหม พ่อแม่ก็ควรบอกความจริงไปเสียหากลูกสงสัยมากๆ อาจถามลูกว่า แล้วลูกคิดว่าอย่างไร หรือ ทำไมลูกถึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่โดยปกติแล้วเด็กจะสามารถแยกแยะเรื่องพวกนี้ได้เองโดยที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องบอกอยู่แล้ว Jacqueline Woolley ยังแนะนำด้วยว่าแค่ให้ลูกรักษาสมดุลระหว่างจินตนาการและโลกแห่งความเป็นจริงให้ได้ก็พอแล้ว

Marjorie Taylor ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Oregon และผู้เขียนหนังสือชื่อ "Imaginary Companions and the Children Who Create Them." (เพื่อนในจินตนาการและเด็กที่สร้างเพื่อนในจินตนาการขึ้นมา) ได้ให้ข้อสังเกตว่าการเล่นละครแบบแฟนตาซีหรือเล่นบทบาทสมมติตามจินตนาการช่วยให้ลูกมองโลกในแง่ดี ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่มีเพื่อนในจินตนาการมักเป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเด็กทั่วไป รวมทั้งเป็นเด็กที่เข้าใจสังคมรอบตัว และรู้จักเห็นอกเห็นใจ เข้าใจผู้อื่น มากกว่าเด็กอื่นๆ ในวัยเดียวกันด้วย

แหล่งข้อมูล:

  1. ผุดแผนพัฒนาตั้งเด็กยันแก่ - http://www.thairath.co.th/content/edu/378453 [2013, November 20].
  2. Imagination - http://en.wikipedia.org/wiki/Imagination [2013, November 20].
  3. The Power of Magical Thinking - http://online.wsj.com/news/articles/SB10001424052748703344704574610002061841322 [2013, November 20].
  4. Encouraging Children to Play Imaginatively and Creatively - http://www.kathyeugster.com/articles/article007.htm [2013, November 20].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน