หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม - ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ อารัมภบท – STEM vs. STEAM

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


อารัมภบท

STEM เป็นคำย่อ (Acronym) ของ Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรม) และ Mathematics (คณิตศาสตร์) เป็นหลักสูตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนใน 4 วิชา (Discipline) นี้ ด้วยวิธีการบูรณาการ (Integrated) แทนที่จะแยกสอนเป็นทีละวิชา เพื่อประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง (Real-world application)

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาเคยเป็นผู้นำในสาขาวิชาเหล่านี้มาตลอด แต่กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยเมื่อ 6 – 7 ปีที่แล้วนี้ว่า 28% ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น แสดงความประสงค์ที่จะเลือกเรียนใน 4 สาขาวิชานี้ แต่ 57% ของนักเรียนเหล่านี้ ได้สูญเสียความสนใจในเรื่องนี้ไป เมื่อสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยม นอกจากนี้ มีเพียง 16% ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีความถนัด (Proficiency) ทางคณิตศาสตร์ และสนใจในการยึดอาชีพใน 4 สาขาวิชาดังกล่าว

ในปี พ.ศ. 2551 มีเพียง 4% ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา เป็นสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เปรียบเทียบกับ 31% ของผู้จบปริญญาตรีในประเทศจีน ซึ่งจีนกำลังเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญทางเศรษฐกิจในตลาดโลก จนรัฐบาลโอบาม่า (Obama) ต้องรีบประกาศในปี พ.ศ. 2552 ให้มีการรณรงค์ “การศึกษาเพื่อนวัตกรรม” (Educate to Innovate) ทั่วประเทศ

การรณรงค์ครั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียนอเมริกันใน 4 วิชานี้ โดยยังเรียกร้องให้มีการเพิ่มจำนวนครูที่มีทักษะในการสอน 4 วิชานี้โดยเฉพาะ อันมีจุดมุ่งหมายที่จะยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้ใน 4 วิชานี้ของนักเรียนอเมริกันให้สูงขึ้น พร้อมที่จะแข่งขันในระดับสากล ในปัจจุบัน อิทธิพลของความคิดนี้ ได้แผ่กระจายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ส่วน STEAM เป็นการเพิ่มศิลปะ (Arts) เข้าไปใน STEM บนพื้นฐานของการสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นับเป็นการ “หล่อหลอม” (Nurture) สิ่งที่นักเรียนสงสัยใคร่รู้ (Curiosity) และช่วยให้เขาพัฒนาความคิดเชิงพิจารณ์ (Critical thinking) เพื่อเพิ่มพูนทักษะในการแก้ปัญหา

STEAM มิใช่เป็นการเพิ่มคำย่อ เข้าไปอีก 1 คำ แต่เป็นการเพิ่มความเกี่ยวข้องของการเรียนรู้ (Relevancy of learning) โดยแสดงให้นักเรียนเห็นว่า แนวความคิดทางเทคนิค (Technical concept) มีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง และสร้างโอกาสที่จะได้สัมผัส (Hands-on) กับปัญหา ซึ่งช่วยให้เขาได้ประยุกต์ใช้แนวความคิดในบริบทใหม่

ในปี พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยฟลอริด้า (University of Florida) ได้พัฒนาภาพข้อมูล (Infographic) ที่แสดงการศึกษาเพียง “ครึ่งสมอง” (Half-brain education) ว่าไม่เพียงพอต่อการประสบความสำเร็จในชีวิต โดยยกตัวอย่างบุคคลที่มีบุคลลิกภาพโดดเด่น (Prominent) อาทิ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) และ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ที่ใช้ลักษณะพิเศษ (Characteristics) จากสมองทั้ง 2 ซีก ในการสร้างผลงานยอดเยี่ยมระดับโลก ดังนั้นจึงความเคลื่อนไหว (Movement) ที่เรียกร้องให้นักเรียนระดับ A ในสาขาศิลปะ ช่วย “แปลงโฉม” (Transform) STEM ให้กลายเป็น STEAM ในที่สุด

แหล่งข้อมูล:

  1. What is STEM Education? - http://www.livescience.com/43296-what-is-stem-education.html [2016, June 26].
  2. STEM or STEAM? We’re Missing the Point - http://www.huffingtonpost.com/vince-bertram/stem-of-steam-were-missin_b_5031895.html [2016, June 26].
  3. STEM vs. STEAM : Why the “A” Makes a Difference - http://www.edudemic.com/stem-vs-steam-why-the-a-makes-all-the-difference/ [2016, June 26].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน