หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม - ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 1 – โลกของศิลปะ (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


โลกของศิลปะ (1)

ในปี พ.ศ. 2549 สภาวิชาการแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (U.S. National Academics) แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมถอย (Decline) ของการศึกษาของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) หรือ STEM

ในบรรดาข้อแนะนำ (Recommendation) เพื่อแก้ไข ได้รวมถึงการปรับปรุงการศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การฝึกอบรมครูที่สอนวิชาเหล่านี้ และการเพิ่มจำนวนนักเรียนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาทั้ง 4 ดังกล่าว

ในการสนองตอบต่อความกังวลเหล่านี้ สภาผู้แทนราษฏร (Congress) ได้ผ่านกฎมายที่ชื่อ “รัฐบัญญัติการแข่งขัน” (COMPETES Act) ใน ปี พ.ศ. 2550 อนุมัติให้ใช้เงินทุน (Funding) ในกิจกรรมริเริ่ม (Initiative) ของ STEM ตั้งแต่ระดับอนุบาลศึกษาจนถึงระดับหลังอุดมศึกษา

โรงเรียนในเขต (District) ทั่วประเทศได้รับเงินอุดหนุนข้อเสนอ (Proposal) ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพการศึกษาของ STEM อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความตั้งใจดี และมีการใช้เงินทุนกันมากมาย เพื่อส่งเสริมกิจกรรมริเริ่มของ STEM แต่ความคืบหน้าก็ดำเนินไปด้วยความเชื่องช้า

หน่วยงานประเมินผลแห่งชาติในด้านความคืบหน้าของการศึกษา (National Assessment of Educational Progress : NAEP) แสดงผลสอบของนักเรียนระดับ (Grade) 4, 8 และ 12 ในการใช้ทักษะระดับสูง (High-level) ของการแก้ปัญหา (Problem-solving) และการคิดเชิงพิจารณ์ (Critical thinking) ทั้งในสภาวะจริง และสภาวะจำลอง (Simulated)

ปรากฎว่า นักเรียนส่วนใหญ่ทำคะแนนสอบได้ไม่ดี แม้ระดับ 8 จะแสดงผลสอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของนักเรียนระดับ 8 ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ NAEP ถือว่าเป็นมาตรฐานของความเชี่ยวชาญ (Proficiency) ในแต่ละวิชา

ดังนั้น องค์กรวิทยาศาสตร์แห่งชาติ จึงได้พัฒนา “มาตรฐานวิทยาศาสตร์สำหรับชั่วอายุคนถัดไป” (Next Generation Science Standards : NGSS) เพื่อปรับปรุงการเตรียมความพร้อมของเด็กอนุบาลถึงนักเรียนมัธยมศึกษา ในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาและยึดเป็นอาชีพ

ไม่ว่า NGSS จะดีแค่ไหน แต่คงจะไม่สามารถช่วยการเรียนรู้ของนักเรียน จนกว่าหลักสูตรจะได้รับการแก้ไขให้มีความหมาย (Meaningful) กล่าวคือ จนกว่าการสอน (Instruction) วิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จะได้รับการปรับปรุงให้เพิ่มทักษะการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creative) เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ทำอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

คำถามก็คือ เราจะทำได้อย่างไร? กิจกรรมประเภทไหนที่จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ของนักเรียน สร้างแรงจูงใจ (Motivation) มุ่งเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้อง (Relevant) และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์? และคำตอบก็อยู่ที่การบูรณาการทักษะที่สัมพันธ์กับศิลปะ (Arts) เข้ากับหลักสูตร STEM เพื่อเพิ่มความสนใจและความสำเร็จของนักเรียน

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. America COMPETES Act - https://en.wikipedia.org/wiki/America_COMPETES_Act [2016, July 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน