หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 104 – แผนบทเรียนโครงงานผ้าย่อย (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แผนบทเรียนโครงงานผ้าย่อย

บทเรียนวิทยาศาสตร์ประถมต้นถึงปลาย – โครงงานผ้าย่อย (Digest-a-Fabric)

ในบทเรียนต่อไปนี้ จะคล้ายกับ “การชำแหละแห้ง” (Dry dissection) ในแง่มุมที่เด็กได้เรียนรู้ วาดภาพ แล้วตัดออก (Cut out) ส่วนของร่างกายมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร (Digestion) อาจทำโครงงานให้ง่าย (Simple) สำหรับชั้นเรียนประถมต้น หรือซับซ้อน (Complex) สำหรับชั้นเรียนประถมปลาย ตามแต่ครูต้องการ

ถ้าครูใช้ดนตรีเป็นภูมิหลัง (Background music) ควรจะปราศจากเนื้อเพลง (Lyrics) เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานของเด็ก แทนที่จะทำให้เขาวอกแวก (Distract)

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร (Curriculum)

  • เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร (Digestive system) และการทำงาน (Function) ของมัน ภายในร่างกายมนุษย์
  • เพื่อเรียนรู้ขีดความสามารถ (Capability) ของการค้นหาออนไลน์ (On-line research) และวิธีการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม (Ethically)

วัตถุประสงค์ทางศิลปะ (Artistic)

  • เพื่อศึกษา (View) การใช้ผ้าพื้น (Fabric) จากการทำผ้านวมแบบดั้งเดิม (Classic quilting) จนถึงการออกแบบแฟชั่น (Fashion design) และอภิปรายสีสัน (Color) และเนื้อผ้า (Texture) รวมทั้งการตัดสินใจเลือกแบบของศิลปิน หรือ นักออกแบบ
  • เพื่อแยกแยะ (Identify) กระบวนการศิลปะ (Artistic process) และประยุกต์ใช้กับหัวข้อเฉพาะ (Specific topic) ทางวิทยาศาสตร์
  • เพื่อตรวจสอบ (Examine) และปรับเปลี่ยน (Revise) งานศิลป์ (Artwork) ตลอดจนกระบวนการสร้างศิลปะ (Art-making process) เพื่อปรับปรุง (Refine) งาน และบรรลุวัตถุประสงค์ส่วนตัวทางศิลปะ (Personal artistic)
  • เพื่อประเมินงานของตนเอง และงานของผู้อื่น โดยใช้มาตรฐานสืบเนื่อง (Derived criteria) ในการสนับสนุนทางเลือกในกระบวนการทางศิลปะ

วัตถุประสงค์ทางสังคมและอารมณ์ (Social/Emotional)

ในการเรียนรู้ และชื่นชม (Appreciating) กระบวนการสร้างศิลปะ เด็กจะเรียนรู้ดังต่อไปนี้

  • เพื่อรับรู้ว่า มีหนทางมากว่าหนึ่งทาง ที่จะแก้ปัญหา (Problem solving) และเรียนรู้ว่า นานาศิลปินตัดสินใจแตกต่างกันในทางเลือก (Choice)
  • เพื่อแบ่งปัน (Share) ความคิด และร่วมมือ (Collaborate) กันในการหาทางออกให้กับความท้าทายเฉพาะในทางศิลปะ (Particular artistic challenge) อันนำไปสู่ความเข้าใจคุณค่า (Value) ของความสามัคคี (Collegiality) และการทำงานเป็นหมู่คณะ (Team work)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans for Science - https://www.education.com/lesson-plans/science/. [2018, June 24].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน