หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 109 – แผนบทเรียนโครงงานการแสดงในวิทยาศาสตร์ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แผนบทเรียนโครงงานการแสดงในวิทยาศาสตร์

1. โครงงานแถบแสงแยกสี (Spectrogram) – เป็นแบบฝึกหัดการเคลื่อนย้าย (Movement exercise) ที่ทดสอบความรู้หรือความคิดเห็น (Opinion) ของเด็กเกี่ยวกับบางหัวข้อ เป็นหนทางที่ยอดเยี่ยมในการตรวจสอบว่า เด็กได้เรียนรู้ และคง (Retain) ความรู้จากบทเรียนก่อนมากน้อยเพียงใด?

ครูแจ้งนักเรียนว่า ได้แบ่งห้องเรียนออกเป็น 3 ส่วน (Section) ที่แยกแยะว่าเป็น “ใช่” “ไม่ใช่” และ “ไม่แน่ใจ” เมื่อครูตั้งคำถาม เด็กจะแยกย้ายไปยังส่วนของชั้นเรียนที่สะท้อน (Reflect) ความลึกในความเข้าใจคำตอบ โดยที่คำถามจะเริ่มจากที่ง่ายๆ ไปยังคำถามที่ซับซ้อน (Complex)

เด็กเคลื่อนย้ายไปยังส่วนที่ตนเลือกอย่างเงียบๆ (Silence) โดยจะมีการอภิปรายในเวลาต่อมา คำถามสุดท้ายอาจเป็น (1) คำถามที่ยากสุด (2) คำถามที่อาจถกเถียงกัน (Provocative) มากที่สุด หรือ (3) คำถามที่ใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ในที่สุด (Ultimate) ซึ่งครูอยากให้นักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ (Master)

ตัวอย่างเช่น คำถามสุดท้ายเรื่องสภาพอากาศ (Weather) อาจเป็น “ใครรู้บ้างว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศในแต่ละวัน?” หรือ “ใครเชื่อความคิด (Notion) ที่ว่า โลกร้อน (Global warming) เป็นเรื่องหยอกล้อเล่นตลก (Hoax)?”

เมื่อเด็กเคลื่อนย้ายไปตอบคำถามสุดท้ายจะพบว่า อาจมี 2 – 3 กลุ่ม ที่เด่นชัดในการปัน (Share) ความคิดเห็นเดียวกัน ครูจะขอให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายความคิดเห็น (Viewpoint) และคัดเลือกตัวแทน ผู้ซึ่งจะสรุป (Summarize) การอภิปราย

ครูอาจขอให้เด็กโตแสดงบทบาทของตัวแสดง (Character) หนึ่ง ซึ่งอาจเป็นบุคคลเฉพาะทางการเมือง (Particular political figure) นักวิทยาศาสตร์ หรือผู้มีส่วนได้เสีย (Stake-holder) อื่นๆ ครูอาจเสนอแนะให้นักเรียนสลับ (Switch) บทบาท อย่างน้อยหนึ่งครั้งในแบบฝึกหัดนี้ เพื่อความเข้าใจจากมิติ (Perspective) ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักของการเล่นตามบทบาท

2. โครงงานฉากภาพนิ่ง (Tableau) – ในกิจกรรมนี้ ครูจะทบทวนแนวความคิด (Concept) ทางวิทยาศาสตร์ที่เคยสอนไปแล้ว หรือริเริ่มความคิดใหม่ที่ยังไม่เคยสอนในชั้นเรียนมาก่อน สำหรับทุกกลุ่มของนักเรียน หรือสอนเพียงบางหัวข้อ สำหรับบางกลุ่ม แล้วแต่ละกลุ่มจะทำงานร่วมกัน (Collaboratively) เพื่อจะจัดแนวความคิดเป็นฉากภาพนิ่งอย่างไร จึงจะดีที่สุด? พร้อมทั้งมุ่งเน้นความสนใจไปที่ท่าทาง (Pose) การแสดงออกทางใบหน้า (Facial expression) และอากัปกิริยา (Gesture)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans for Science - https://www.education.com/lesson-plans/science/. [2018, July 29].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน