หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 11 – พัฒนาการการรับรู้ในเด็กประถม (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการการรับรู้ในเด็กประถม (1)

เอ็ลเลียต ไอสเน่อร์ (Elliot Eisner) แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) นำเสนอ “สมรรถนะ” การรับรู้ (Cognitive competency) ของเด็กประถมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการ (Demand) ในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ดังนี้

  • การมองเห็นความสัมพันธ์ (Perception of relationship) - การสร้างผลงานในดนตรี คำพูด (Word) หรือสาขาวิชาอื่นของศิลปะ ช่วยให้เด็กตระหนัก (Recognize) ว่า ส่วนประกอบของงาน มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน และมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร? ดังตัวอย่างนักชีววิทยา (Biologist) เรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลง (Shift) ในส่วนหนึ่งของระบบนิเวศวิทยา (Eco-system) จะมีผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ในระบบอย่างไร? หรือแม้กระทั่งต่อระบบอื่นๆ อย่างไร?
  • ความสนใจในรายละเอียด (Attention to nuance) - ศิลปะสอนให้เด็กตระหนักว่า ความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลกระทบได้มากในการเขียน ความสนใจในรายละเอียดของการใช้ภาษาเป็นสิ่งจำเป็นในคำอ้างอิง (Allusion) คำเสียดสี (Innuendo) และคำอุปมา (Metaphor) ดังตัวอย่างนักวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายแนวความคิดที่เป็นนามธรรม (Abstract) แก่ผู้ที่มิใช่นักวิทยาศาสตร์ด้วยกัน
  • มุมมอง (Perspective) ที่ว่า โจทย์เดียวอาจมีหลายคำตอบ (Multiple solutions) - โรงเรียนมักมุ่งเน้นมากเกินไปในเรื่องคำตอบเดียวที่ถูกต้อง ในชีวิตจริง ปัญหายากๆ ต้องอาศัยมุมมองหลากหลายทางเลือก (Option) และลำดับความสำคัญที่แตกต่าง โดยตระหนักว่าแต่ละคำตอบ อาจมีผลที่ตามมา (Consequence) ในเชิงบวกและเชิงลบ
  • ความสามารถในการเปลี่ยน (Shift) จุดมุ่งหมายในกระบวนการ (Process) – ในโรงเรียน เรามักพบว่า ความสัมพันธ์ของวิธีการในการบรรลุจุดประสงค์ (Means to ends) ไม่ง่าย (Oversimplified) อย่างที่คิด แต่ศิลปะจะช่วยให้เราเห็นจุดมุ่งหมายที่เปลี่ยนแปลงได้ในกระบวนการ เนื่องจากอาจมิได้คำนึงเมื่อเริ่มต้น
  • การตัดสินใจที่ปราศจากกฎเกณฑ์ (Decision in Absence of Rules) – เลขคณิต (Arithmetic) มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและผลลัพธ์ที่วัดได้ แต่หลายๆ สิ่งในชีวิต ปราศจากความชัดเจน (Specificity) ของกฎเกณฑ์ จึงต้องใช้วิจารณญาณ (Judgment) ในการประเมินสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง และตัดสินใจว่า เมื่อใดงานจะสำเร็จด้วยดี
  • การใช้จิตนาการ (Imagination) เป็นแหล่งของเนื้อหา (Content) - ศิลปะเพิ่ม (Enhance) ความสามารถในการมองการณ์ล่วงหน้า (Visualize situation) และใช้ “ดวงตาจิตใจ” (Mind’s eye) ในการกำหนดความเหมาะสมของงาน
  • การยอมรับการทำงานภายใต้ข้อจำกัด (Constraint) - ไม่ว่าจะเป็นภาษา (Linguistic) ตัวเลข (Numerical) การเห็น (Visual) หรือการได้ยิน (Auditory) ไม่มีระบบใดจะครอบคลุมทุกจุดประสงค์ได้ ศิลปะให้โอกาสเด็กใช้ข้อจำกัดเป็นสื่อกลาง (Medium) ที่จะคิดค้น (Invent) หนทางที่จะใช้ (Exploit) ข้อจำกัดนี้ให้เกิดดอกออกผล (Productivity)
  • ความสามารถในการเห็นโลกจากมุมมองของความสวยงาม (Aesthetic) - ศิลปะช่วยให้เด็กตีกรอบ (Frame) โลกทัศน์ในหนทางที่แจ่มชัด (Fresh) ดังตัวอย่างการมองเห็นสะพานแขวน จากมุมมอง (Angle) ของการออกแบบ (Design) และกวีนิพนธ์ (Poetic)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Elliot Eisner - https://en.wikipedia.org/wiki/Elliot_Eisner [2016, September 11].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน