หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 110 – แผนบทเรียนโครงงานการแสดงในวิทยาศาสตร์ (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แผนบทเรียนโครงงานการแสดงในวิทยาศาสตร์

2. โครงงานฉากภาพนิ่ง (Tableau) [ต่อ] - ฉากภาพนิ่งไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่ง (Static) หรือเงียบเฉย (Silent) สามารถสร้างการเคลื่อนย้าย และการสนทนา (Dialogue) พร้อมทั้งผลกระทบของเสียง (Sound effects) และดนตรี หลังจากที่กลุ่มนักเรียนได้ค้นคว้า (Research) และซักซ้อม (Rehearsal) แต่ละกลุ่มจะนำเสนอฉาก (Scene) ของตนต่อชั้นเรียน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • การค้นพบโครงสร้างของสารพันธุกรรม DNA
  • เรื่องราวของการประดิษฐ์คิดค้น (Invention)
  • ระบบและกระบวนการทางชีววิทยา (Biological)
  • ระบบเคมีและปฏิกิริยาตอบโต้ (Reaction)
  • การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate)
  • การออกแบบและก่อสร้างโครงสร้าง (Structure)

3. โครงงานที่นั่งน่าตื่นเต้น (Hot-seating) - นี่เป็นกิจกรรมการเล่นบทบาท ที่เป็นประโยชน์เมื่ออภิปรายเกี่ยวชีวิต และผลงาน (Contribution) ของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือ “พ่อมด” ทางเทคโนโลยี (Technology wizard) ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อน (Famous)

ครูให้นักเรียนจินตนาการการสัมภาษณ์ในรายการสนทนาระดับชาติ (National talk show) โดยเด็กคนหนึ่งแสดงตนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และนั่งอยู่ข้างหน้ากลุ่มหรือชั้นเรียน นักเรียนคนอื่นๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับภูมิหลัง (Background) แรงจูงใจ (Motivation) และผลงานของตัวแสดง (Character)

ในบางกรณี อาจมีมากกว่าหนึ่งตัวแสดงในที่นั่งน่าตื่นเต้น ซึ่งเด็กในที่นั่งนั้นๆ ต้องตอบคำถาม โดยอาศัยสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงดังกล่าว กิจกรรมเสริมความเป็นมนุษย์ (Human element) ให้แก่วิทยาศาสตร์ โดยช่วยให้เด็กรับรู้ว่า การค้นพบและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจากคนที่มีตัวตนจริงๆ

การประเมินผล (Assessment) – ใช้การประเมินผลอย่างเป็นทางการ (Formative) ตลอดโครงงาน เมื่อสิ้นสุดแล้ว เด็กควรมีความสามารถในการอภิปรายสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากกิจกรรมการแสดง (Drama)

วัสดุ (Material) – จะผันแปรไปตามตารางที่นักเรียนได้เลือกไว้

พหุปัญญา (Multiple intelligence) – ตรรกะ/คณิตศาสตร์ (Logical/mathematical) การเคลื่อนไหวของร่างกาย (Kinesthetic) การเห็น/เทศะ (Visual/spatial) การรู้จักตนเอง (Intrapersonal) และการรู้จักผู้อื่น (Interpersonal)

ระดับของบลูม (Bloom’s level) – การจดจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การประเมินผล และการสร้างสรรค์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans for Science - https://www.education.com/lesson-plans/science/. [2018, August 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน