หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 12 – พัฒนาการการรับรู้ในเด็กประถม (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการการรับรู้ในเด็กประถม (2)

เราเห็นตัวอย่างพัฒนาการรับรู้ในเด็กประถมศึกษา ตั้งแต่ทักษะที่เอื้ออำนวยให้ผู้บริหารเข้าใจถึงการทำงานของแต่ละระบบ ที่มีผลกระทบต่อระบบย่อยต่างๆ ในองค์กร จนถึงการใช้เหตุผลจากการเห็น (Visual) ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียด รูปแบบ และสี เพื่อสร้างผลงานที่น่าพึงพอใจ

ในหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา (Neuro-scientist) ได้พัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับหนทางที่ศิลปะได้พัฒนาการรับรู้ โดยที่ศิลปะแต่ละรูปแบบ (Form) เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสมองที่แตกต่างกัน อาทิ ทัศนศิลป์ (Visual art) ประมวลผล (Process) หรือรับความรู้สึก ตรงสมองกลีบท้ายทอย (Occipital lobe) ส่วนหลัง และสมองกลีบขมับ (Temporal lobe) ซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งหลังใบหู

ภาษาศาสตร์ (Linguistic art) อาทิ การเขียนร้อยแก้ว [เรียงความ] และร้อยกรอง [กวีนิพนธ์] เกี่ยวข้องกับบริเวณการสื่อความในสมอง (Broca’s and Wernica’s area) ส่วนศิลปะการเคลื่อนไหว (Movement art) รับความรู้สึกผ่านบริเวณสั่งการ (Motor cortex) ซึ่งเป็นแผ่น (Strip) คร่อมส่วนบนของสมอง

ดนตรีรับความรู้สึกผ่านบริเวณรับเสียง (Auditory cortex) ซึ่งอยู่ในสมองกลีบขมับ นักวิจัยใช้วิธีการนี้กับเด็กในการบันทึกสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง (Electro-encephalography : EEG) จนค้นพบความรู้สึก ดังนั้น การฝึกอบรมด้านศิลปะที่ต้องให้เด็กมุ่งเน้นและการรวบรวมสมาธิ (Concentrated attention) จะช่วยปรับปรุงการรับรู้

เด็กที่มีส่วนร่วมในการฝึกอบรมศิลปะตั้งแต่เยาว์วัย จะได้รับประโยชน์ของการเพิ่มพูนการเติบโตของการรับรู้ (Cognitive growth) ในขณะที่สมองยังพัฒนาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ศิลปะยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกที่ทรงพลัง และอารมณ์ความรู้สึกที่เพิ่มพูนการประมวลการรับรู้ และความทรงจำระยะยาว

ผลกระทบของศิลปศึกษา เริ่มต้นตั้งแต่เด็กเยาว์วัย นักวิจัยได้ศึกษาผลกระทบของการเพิ่มพูนศิลปะ (Art enrichment) ในบรรดาเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน (Socio-economic) อันวัดด้วยระดับการศึกษาของพ่อแม่ การจ้างงาน (Employment) และรายได้ของครอบครัว

การศึกษาครั้งนี้ใช้ฐานข้อมูลจาก 4 แหล่ง ซึ่งติดตาม (Track) กิจกรรมของเด็กเป็นเวลาหลายปี จนถึงมัธยมปลาย (High school) และความสำเร็จ (Achievement) ในช่วงผู้ใหญ่วัยต้น (Early adulthood)
นักวิจัยพบสหสัมพันธ์สูง (Strong association) ระหว่างการมีส่วนร่วมในศิลปะกับความหลากหลาย (Variety) ของผลลัพธ์ในเชิงบวก

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Structure and functions of brain networks - http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3811098/ [2016, September 18].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul