หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 123 – การใช้ละครในบทเรียนคณิตศาสตร์ (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การใช้ละครในบทเรียนคณิตศาสตร์

ในฉากภาพนิ่ง อาจสร้างผลกระทบของเสียง (Sound effects) และดนตรีได้อีกด้วย หลังจากที่กลุ่มนักเรียนได้ค้นคว้า (Research) และซักซ้อม (Rehearsal) แต่ละกลุ่มจะนำเสนอฉาก (Scene) ของตนต่อชั้นเรียน ในเวลาต่อมา นักเรียนอภิปรายแนวความคิดที่ฉากภาพนิ่งนี้เป็นตัวแทน แล้วแบ่งปัน (Share) กับชั้นเรียนในสิ่งได้ค้นคว้ามา

นอกจากนี้ นักเรียนอธิบายถึงทางเลือก (Choice) ที่เขาตัดสินใจแทนฉากภาพนิ่ง และคุณลักษณะ (Feature) ที่นักเรียนเพิ่มเติม โดยที่นักเรียนสามารถแสดงบทบาทของผู้สื่อข่าว (Reporter) และสัมภาษณ์สมาชิกของฉากภาพนิ่ง แล้วครูและทั้งชั้นเรียน อาจบันทึกวิดีทัศน์ (Video) ของแต่ละฉากภาพนิ่ง ส่วนหัวข้อวิชาคณิตศาสตร์สำหรับฉากภาพนิ่ง ได้แก่

  • การพัฒนาเกลียวฟิโบนัชชี (Fibonacci spiral)
  • การออกแบบและก่อสร้างปิรามิด (Pyramid) ในอิยิปต์
  • เรื่องราวการค้นพบ (Discovery) หรือการประดิษฐ์คิดค้น (Invention) ที่ต้องอาศัยความรู้วิชาคณิตศาสตร์

โครงงานที่นั่งน่าตื่นเต้น (Hot-seating) – นี่เป็นกิจกรรมการเล่นบทบาทที่เป็นประโยชน์ เมื่ออภิปรายเกี่ยวชีวิต และผลงาน (Contribution) ของนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อน (Famous) ครูให้นักเรียนจินตนาการการสัมภาษณ์ในรายการสนทนาระดับชาติ (National talk show)

นักเรียนคนหนึ่งแสดงตนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และนั่งอยู่ข้างหน้ากลุ่มหรือชั้นเรียน นักเรียนคนอื่นๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับภูมิหลัง (Background) แรงจูงใจ (Motivation) และผลงานของตัวแสดง (Character) ในบางกรณี อาจมีมากกว่าหนึ่งตัวแสดงในที่นั่งน่าตื่นเต้น ซึ่งเด็กในที่นั่งนั้นๆ ต้องตอบคำถาม โดยอาศัยสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงดังกล่าว กิจกรรมนี้เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ (Human element) ให้แก่วิชาคณิตศาสตร์ โดยช่วยให้เด็กรับรู้ว่า การค้นพบและความก้าวหน้าทางคณิตศาสตร์เกิดขึ้นจากคนที่มีตัวตนจริงๆ

การประเมินผล (Assessment) – ใช้การประเมินผลอย่างเป็นทางการ (Formative) ตลอดโครงงาน เมื่อสิ้นสุดแล้ว นักเรียนควรสามารถอภิปรายสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากกิจกรรมการแสดง (Drama)

วัสดุ (Material) – จะผันแปรไปตามตารางที่นักเรียนได้เลือกไว้

พหุปัญญา (Multiple intelligence) – ตรรกะ/คณิตศาสตร์ (Logical/mathematical) การเคลื่อนไหวของร่างกาย (Kinesthetic) การเห็น/เทศะ (Visual/spatial) การรู้จักตนเอง (Intrapersonal) และการรู้จักผู้อื่น (Interpersonal)

ระดับของบลูม (Bloom’s level) – การจดจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การประเมินผล และการสร้างสรรค์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. 50 Ways to Integrate arts into any lesson - https://www.pinterest.com/crayola/math-lesson-plans/. [2018, November 4].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน