หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 133 – ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม

การรับรู้ว่า แนวความคิดของความซับซ้อน (Complexity) กับความยาก (Difficulty) ว่าต่างกันอย่างไร ทำให้ครูเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Invaluable insight) ถึงการเชื่อมโยง (Connection) ระหว่างการแยกประเภทกับเด็กนักเรียน โดยที่ความซับซ้อน อธิบายกระบวนการคิด (Thought process) ที่สมองใช้จัดการ (Deal) กับข้อมูล

ทฤษฎีของบลูมฉบับปรับปรุง (Revision) อธิบาย 6 คำ ที่แทน (Represent) 6 ระดับ ตัวอย่างเช่น คำถามว่า “อะไรคือจำนวนอะตอม (Atom) ของออกซิเจน (Oxygen)?” เทียบกับ “บอกฉันด้วยคำพูดของเธอเองว่า จำนวนอะตอม หมายความว่าอย่างไร?” ซึ่งเป็นระดับความเข้าใจ (Understand) ดังนั้น คำถามที่ 2 จึงซับซ้อนกว่าคำถามแรก เพราะมันอยู่ในระดับที่สูงกว่าของการแยกประเภท กล่าวคือ “เข้าใจ” ซึ่งอยู่เหนือกว่า “จดจำ”

ส่วนคำว่า “ความยาก” ส่อถึง (Refer) ปริมาณของความพยายามที่ผู้เรียนต้อง “ลงแรง” (Spend) ภายในระดับของความซับซ้อนที่จะบรรลุ (Accomplish) วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ อาจเป็นไปได้สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ โดยปราศจากความซับซ้อนที่ทวีขึ้น

ตัวอย่างเช่น งานที่ระบุว่าให้เอ่ยชื่อธาตุ (Elements) จากตารางธาตุ (Periodic table) ที่ถือว่าเป็นโลหะ (Metal) เป็นระดับที่สูงขึ้นของความทรงจำในความซับซ้อน เพราะมันเกี่ยวข้องกับเพียงการระลึกได้ (Recall) ของเด็กส่วนมาก ในทำนองเดียวกัน (Similarly) งานที่ “เอ่ยชื่อ 7 ธาตุโลหะและสัญลักษณ์ทางเคมี (Chemical symbol) ของมัน” ก็เป็นระดับความทรงจำ แต่ยากขึ้นกว่าคำถามก่อนหน้านี้ เนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับความพยายามระลึกถึงข้อมูลเพิ่มเติม

ให้เด็ก “เอ่ยเชื่อ 10 ธาตุแรกในตารางเคมี และสัญลักษณ์ตามลำดับของจำนวนอะตอม” ก็ยังคงเป็นระดับความทรงจำแต่นับว่าเป็นงานที่ยากขึ้นมาก (Considerably) กว่า 2 ชิ้นแรก เพราะต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูล แล้วเรียงลำดับ (Sequencing) ของหมายเลข นี่คือตัวอย่างที่แสดงว่า เด็กสามารถ “ลงแรง” (Exert effort) ในการบรรลุ (Achieve) งานเเรียนรู้ (Learning task) ในขณะที่ประมวล ณ ระดับต่ำสุดของการคิด

ในการแสวงหาวิธีท้าทายความสามารถของนักเรียน ครูประจำชั้นเรียนมีแนวโน้ม (โดยไม่รู้ตัว [Unwittingly]) เพิ่มความยากมากกว่าเพิ่มความซับซ้อนในรูปแบบ (Mode) ของความท้าทาย นี่อาจเป็นเพราะ ครูมิได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างแนวความคิดที่ซับซ้อนกับที่ยากอย่างแท้จริง หรือครูอาจเชื่ออย่างผิดๆ ว่าความยากเป็นวิธีสำหรับการบรรลุการคิดในลำดับที่สูงขึ้น (Higher-order thinking) เราได้อ้างถึงนานาระดับของแบบจำลอง (Model) ในหลากหลายกิจกรรมที่เสนอแนะในบทความก่อนหน้านี้

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Bloom’s taxonomy - https://en.wikipedia.org/wiki/Bloom%27s_taxonomy. [2019, January 13].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน