หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 136 – การพัฒนาความเป็นมืออาชีพ (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การพัฒนาความเป็นมืออาชีพ (3)

การทำวิจัยขนาดย่อมในชั้นเรียน หรือในโรงเรียน อาจทำให้ครูที่ต้องการยืนยันความถูกต้อง (Validation) สามารถผนวก (Incorporate) กลยุทธ์ STEAM ใหม่ๆ ให้เข้ากับองค์ประกอบการสอน (Instructional repertoire) งานวิจัยเชิงปฏิบัติ (Action research) ให้โอกาสครูผู้ปฏิบัติงาน (Practitioners) เป็นนักวิจัยและค้นหาปัญหาเฉพาะที่มีผลกระทบต่อการเรียนการสอน

ตัวอย่างเช่น ครูสังเกตว่า นักเรียนจดจำได้มากกว่า เมื่อใช้ดนตรีแสดงการประยุกต์ใช้แนวความคิดทางคณิตศาสตร์ อันนำมา (Yield) ซึ่งข้อมูลในเรื่องประสิทธิผลของดนตรี ช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้อย่างไร? ถ้าครูสอนคณิตศาสตร์หลายคนช่วยกันทำวิจัยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะมีประจักษ์หลักฐานที่สนับสนุนการใช้ดนตรีเป็นกลยุทธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ครูสอนสาขาวิชา STEM ก็สามารถปัน (Share) ผลลัพธ์กับเพื่อนร่วมงาน (Colleague) ในการประชุมคณะครู (Faculty) หรือกลุ่มวิจัย รูปแบบ (Format) ก็ช่วยส่งเสริมความคิดที่ว่า ครูควรมีส่วนร่วมในโครงงานวิจัย จนเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตในความเป็นมืออาชีพ (Professional growth)

การเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ (Workshop) เป็นบางเวลา (Periodic) ที่มุ่งเน้นการค้นพบใหม่ๆ จากการวิจัยในกระบวนการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง (Valuable) สำหรับปรับให้ทันกาล (Update) ซึ่งฐานความรู้ของครู หนึ่งในบรรดาเหตุผลหลักของการส่งเสริมบูรณาการศิลปะก็คือ การเพิ่มพูนความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการวิจัยมาก (Considerable) ณ เวลานี้

งานวิจัยควรได้รับการเฝ้าติดตาม (Monitor) เพื่อกำหนด (Determine) ว่า การค้นพบใหม่ๆ เป็นสิ่งที่เหมาะสม (Appropriate) สำหรับการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติแค่ไหน? นักวิชาชีพมีพันธสัญญา (Commitment) ที่จะต้องปรับให้ทันกาลซึ่งฐานความรู้อย่างต่อเนื่อง และเขารับรู้การพัฒนาความเป็นมืออาชีพของแต่ละบุคคลว่า เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลและตลอดชีวิต (Life-long) ที่จะเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน

ด้วยตารางการสอนของครูที่ค่อนข้างแน่น (Tight) และงบประมาณที่จำกัด กิจกรรมพัฒนาวิชาชีพ ควรได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่มุ่งเน้น (Focus) โดยครอบคลุมถึงการขยายความรู้และทักษะของนักการศึกษา (Educator) เพื่อให้เขาสามารถตัดสินใจในสิ่งที่จะส่งผลให้เกิดความสำเร็จของเด็กในระดับที่สูงขึ้นไปอีก นี่เป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญ เพราะงานวิจัยทั้งหมดในหลายปีที่ผ่านมาชี้ไปที่ตัวครูอย่างต่อเนื่องว่า เป็นผู้สร้างผลกระทบสำคัญสุดต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในวิชา STEM ผู้มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จ ถ้าได้รับประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับศิลปะ ซึ่งจะเพิ่มพูนความคิดสร้างสรรค์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki.(2013). From STEM to STEAM– Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA: Corwin – A SAGE Company.
  2. STEM/STEAM Professional Development - https://www.pinterest.com/stlkbgavin/stemsteam-professional-development/ [2019,February 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน