หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 16 – ศิลปะกับความทรงจำ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ศิลปะกับความทรงจำ

การศึกษาหลายครั้งแสดงผลว่า การบูรณาการศิลปะเข้ากับเนื้อหาอื่นๆ ใน STEM ได้ช่วยปรับปรุงการดำรง (Retention) เนื้อหาในความทรงจำได้ยาวนานขึ้น การทบทวนบทสรุปจากการวิจัย ณ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกิ้นส์ (Johns Hopkins) พบว่า การบูรณาการดังกล่าวได้เพิ่มพูนความทรงจำอย่างมีนัยสำคัญ จากการเรียนรู้ผ่านผลกระทบ (Effect) 8 ประการ ดังนี้

  1. การท่องจำ (Rehearse) ข้อมูลและฝึกซ้อมทักษะของนักเรียน
  2. ความละเอียดลออ (Elaborate) ในการเรียนรู้ของนักเรียน
  3. การที่นักเรียนสร้าง (Generate) ข้อมูลได้มากขึ้น
  4. การแสดงออกทางกายภาพ (Physically act out) ของนักเรียนจากเนื้อหา (Material) ที่เรียนรู้
  5. การที่นักเรียนพูดถึงการเรียนรู้ของเขา
  6. ความพยายามของนักเรียนที่จะสร้าง (Establish) ความหมายจากเรียนรู้
  7. ขอบเขต (Degree) ของสิ่งเร้าทางอารมณ์ (Emotional arousal) จากการเรียนรู้ของนักเรียน
  8. การที่นักเรียนรู้จักแทน (Represent) การเรียนรู้ด้วยภาพ

การค้นพบสิ่งเหล่านี้ ช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง (Solid) ให้งานวิจัยในวิทยาศาสตร์การรับรู้ (Cognitive science) และวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา (Neuro-science) โดยเฉพาะคุณค่าของกิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะซึ่งช่วยการเรียนรู้ของนักเรียน อันสนองตอบต่อครู STEM ที่มักบ่นเรื่องนักเรียนไม่สามารถจดจำ (Recall) สิ่งที่สอนไปแล้วในชั้นเรียนเมื่อหลายเดือนก่อน

นี่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลไม่เคยได้รับการ “ใส่รหัส” (Encode) เข้าไปในความทรงจำระยะยาวของสมอง แต่ได้รับการดำรงไว้ใน “ความทรงจำปฏิบัติงาน” (Working memory) เพียงชั่วคราว พอที่จะผ่านการทดสอบเท่านั้น หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ จางหายไป (Fade away) เสมือนหนึ่งว่า สมองของเรามิได้เป็นเจ้าของ (Possess) ข้อมูลดังกล่าว

นอกจากความทรงจำระยะยาวแล้ว ศิลปะยังส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) อีกด้วย คำว่า “ความคิดสร้างสรรค์” นั้นมีนานานิยามด้วยกัน แต่คนส่วนใญ่มักหมายถึงความคิด (Notion) ของการคิดนอกกรอบ (Think outside the box) กล่าวคือ ความสามารถใน “การคิดแบบกระจาย” (Divergent thinking) เพื่อวิเคราะห์เจาะลึก (Probe deeply) ในการค้นหาหลากหลายทางเลือกของคำตอบต่อคำถาม ซึ่งไม่เคยได้รับพิจารณาก่อนหน้านี้

แม้ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติสำหรับบางคน แต่ก็เป็นที่รับรู้ (Realization) กันว่า เราสามารถสอนความคิดสร้างสรรค์กันได้ เพียงแต่เราต้องเข้าใจข้อจำกัดของวิธีการสอน (Instructional approach) ในชั้นเรียนปัจจุบัน ซึ่งเป็น “การคิดแบบกระจุก” (Convergent thinking) อันได้แก่ (1) การค้นหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว และ (2) การท่องจำ (Memorization) ที่มีความสำคัญเหนือความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อันที่จริง บทบาทของโรงเรียนต้องอุทิศ (Dedicate) ให้กับการช่วยเหลือนักเรียนให้คิดเป็น [อย่างไร] มากกว่าเพียงเรียนรู้ [อะไร]

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Why Integrating Art into the Classroom May Improve Content Retention - https://artplantaetoday.com/2011/09/30/why-the-arts-improve-content-retention/ [2016, October 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน