หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 18 – ศิลปะกับความคิดสร้าสรรค์(2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


 ศิลปะกับความคิดสร้างสรรค์ (2)

การมีส่วนร่วม (Participation) ในศิลปะของเด็กชั้นประถม สามารถหล่อหลอม (Foster) ความเป็นธรรมชาติ (Spontaneity) และการแสดงออกของเขาเอง (Self-expression); บรรเทา (Moderate) ผลกระทบของ “อุปสรรค” (Inhibition) [การสนองตอบที่ไม่จำเป็น]; และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์ (Creative)

การมีส่วนร่วมดังกล่าวยังสามารถพัฒนาการควบคุมสมาธิ (Attentional control) อย่างแข็งขัน (Persistence) ที่จำเป็นต่อการเอาชนะความกลัว ความผิดหวัง (Frustration) และความล้มเหลว ซึ่งมักมาพร้อมกับ (Accompany) ความพยายาม (Endeavor) ในความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ กิจกรรมสร้างสรรค์ยังเพิ่มพูน (Enhance) ทักษะการสร้างภาพลักษณ์ (Imaging skill) และการทบทวนความคิดตนเอง (Introspection) เพราะทำให้เด็กชั้นประถมต้องสร้างและปรับให้เหมาะสม (Manipulate) ซึ่งภาพในจิตใจของงานก่อนลงมือทำ และการประเมินตนเองในเรื่องคุณภาพของผลงาน (Performance) ของเขาเอง

ดังนั้น ถ้าความคิดสร้างสรรค์มิได้เป็นลักษณะเฉพาะที่มีมาแต่กำเนิด (Innate characteristics) กล่าวคือ กำหนดล่วงหน้าโดยพันธุกรรม (Genetically fixed) แล้ว เราจะสอนให้เด็กชั้นประถมมีความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร? อันเป็นคำถามที่อยู่ในความสนใจของนักวิจัยเมื่อไม่นานมานี้

ความคิดสร้างสรรค์นำไปสู่ประเด็นในยุคของเทคโนโลยีที่กำลัง “แปลงโฉม” (Transform) ชั้นเรียนและลักษณะการสอน โดยที่เราสามารถติดต่อซึ่งกันและกันทันที (Instantaneous) และสม่ำเสมอ (Constant) ด้วยเครื่องไอแพด (iPad) คอมพิวเตอร์พกพา (Laptop) และโทรศัพท์อัจฉริยะ (Smartphone)

ทุกวันนี้ เด็กชั้นประถมสามารถเดินไป-มา รับ-ส่งข้อความ (Text) เลื่อนแถบ (Scroll) บนหน้าจอสัมผัส (Touch screen) และสวมเครื่องหูฟัง (Earphone) ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน แต่สื่อสังคม (Social media) ชิ้นเล็กชิ้นน้อย (Snippet) ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงออนไลน์ของอีเมล (e-mail) ทวิตเตอร์ (Twitter) เฟสบุ๊ค (Facebook) หรือ ไลน์ (Line) ก็ไม่สามารถทดแทนการสนทนาซึ่งหน้า (Face-to-face) ได้

นักจิตวิทยาคนสำคัญได้โต้แย้ง (Contend) ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลง “สิ่งที่เราทำ” (What we do) แต่ยังเปลี่ยนแปลง “สิ่งที่เราเป็น” (Who we are) เราใช้เวลากับเทคโนโลยีมาก จนเหลือเวลาน้อยกับประสบการณ์ของการพัฒนาความสัมพันธ์อันสมบูรณ์ของมนุษย์

เราเริ่มคุ้นเคยกับ “สังคมก้มหน้า” (Alone together) กล่าวคือ อาจอยู่ต่อหน้ากัน ณ โต๊ะเดียวกัน แต่สื่อสารกันทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่มีความสัมพันธ์ส่วนบุคคล มีแต่ความสัมพันธ์ที่เป็นฟองอากาศ (Bubble) อันที่จริง ชื่อที่เหมาะสมกว่าคำว่า “สื่อสังคม” คือ “สื่อต่อต้านสังคม” (Anti-social media)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Do Arts Teach Creativity Art - https://www.psychologytoday.com/blog/imagine/201104/do-arts-teach-creativity[2016, October 23].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน