หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 19 – ศิลปะกับความก้าวหน้าทางสังคม

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


 ศิลปะกับความก้าวหน้าทางสังคม

ผลการวิจัยในประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเกินความพอดี (Excessive) ต่อสมองของเด็ก โดยเปรียบเทียบกลุ่มเด็ก 59 คนที่ติดอินเทอร์เน็ตอย่างงอมแงม (Internet-addicted) กับกลุ่มเด็ก 43 คน ที่ไม่ติดอินเทอร์เน็ตอย่างงอมแงม พบว่าคะแนนทดสอบเชาว์ปัญญา (Intelligence quotient : IQ) ของเด็กกลุ่มแรกในเรื่องความเข้าใจภาษา (Comprehension) ต่ำกว่ากลุ่มหลังอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง พบว่าสมองของกลุ่มเด็กที่ติดอินเทอร์เน็ตอย่างงอมแงมมีความเข้มเข้นของสสารสีเทา (Density of gray matter) ที่ต่ำกว่าในบริเวณสมองที่ทำหน้าที่ตัดสินใจ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กที่มิได้ติดอินเทอร์เน็ตอย่างงอมแงม นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเด็ก 10,000 คน ระหว่างปี พ.ศ. 2548 – 2552 ที่แสดงว่า ไม่มีความพยายามของพ่อแม่ หรือครูในการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เกินความพอดี

คงไม่มีใครโต้แย้งว่า อินเทอร์เน็ตได้สร้างโอกาสอันทรงคุณค่า (Valuable) ให้แก่พาณิชยกรรม (Commerce) การเรียนรู้จากทางไกล (Distance learning) แหล่งข้อมูลที่นับไม่ถ้วน (Countless) สำหรับชั้นเรียน และการแสดงออกทางการเมือง (Political expression) เป็นต้น แต่สิ่งเหล่านี้มิได้มีปฏิสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว (Personal contact) ซึ่งขัดแย้งกับแนวความคิดที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมมาตั้งแต่กำเนิด (Innate)

เราทราบว่ามีบางบริเวณของสมองที่ทำงานอย่างคล่องแคล่ว (Active) ระหว่างที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งส่งผลให้เกิดอารมณ์ทางสังคม (Social emotion) แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เกิดการลัดวงจร (Short-circuit) พัฒนาการนี้ โดยหันเห (Divert) ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมไปสู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะปฏิสัมพันธ์กันซึ่งหน้า (Face-to-face)

นักจิตวิทยาเสนอแนะว่า เรากำลังเริ่มคุ้นเคย (Comfortable) กับเทคโนโลยีมากกว่าผู้คน และดูเหมือนจะชื่นชอบ (Prefer) กับภาพลวงตา (Illusion) ของการเป็นเพื่อน (Companionship) ผ่านการเชื่อมโยงออนไลน์ที่ปราศจากความต้องการความสัมพันธ์ของมนุษย์ และนี่คือจุดที่ประสบการณ์ด้านศิลปะจะเข้ามาช่วยได้

กิจกรรมจำนวนมากในศิลปะต้องอาศัยความร่วมมือ (Collaboration) ผ่านการวางแผนเป็นกลุ่ม การแก้ปัญหา และผลงาน (Performance) ซึ่งหล่อหลอมการอภิปรายกัน การถกเถียงกัน และการทำงานเป็นหมู่คณะ ในช่วงต้นของคริสต์ทศวรรษ 1870s นักแกะสลัก (Sculptor) เฟร็ดเดอริค บาร์โธลดี (Frederic Bartholdi) ได้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Stature of Liberty) แต่ในที่สุด (Eventually) ต้องอาศัยอัจฉริยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering genius) ของ กุสตาฟ ไอเฟิล (Gustav Eiffel) ที่ออกแบบโครงสร้างภายในเพื่อรองรับอนุสาวรีย์ดังกล่าวได้ พร้อมด้วยแขนที่ชูสูงขึ้น

ดังนั้น ศิลปะอาจสร้างคุณประโยชน์ (Contribution) ให้แก่หลักสูตร STEM ผ่านการถ่วงดุล (Counter-balance) กับลักษณะต่อต้านสังคม (Anti-social) และต่อต้านความร่วมมือ (Anti-collaborative) ของเทคโนโลยีทุกวันนี้

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Critical Links: Learning in the Arts and Student Social and Academic Development - http://education.jhu.edu/PD/newhorizons/strategies/topics/Arts%20in%20Education/catterall.htm[2016, November 6].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน