หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 33 – วิจัยการคิดเชิงกระจาย (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิจัยการคิดเชิงกระจาย

ประจักษ์หลักฐาน (Evidence) เพิ่มเติม ของการปรับไปตามประสบการณ์ (Plasticity) ของสมอง และการฝึกอบรมทางดนตรี จากการศึกษาบรรดาเด็กอายุ 6 ขวบ ที่ไม่เคยได้รับการสอนดนตรีมาก่อน กลุ่มหนึ่งประกอบด้วยเด็ก 15 คน ที่ได้รับการสอนส่วนตัว (Private) ครั้งละครึ่งชั่วโมงทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 15 เดือน

เด็กอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มควบคุม (Control) ซึ่งมิได้รับการสอนดนตรีที่ต้องมีเครื่องเล่น (Instrumental music) เป็นการส่วนตัว ตลอด 15 เดือนดังกล่าว แต่มีส่วนร่วมในชั้นเรียนที่สอนดนตรีครั้งละ 40 นาที ทุกสัปดาห์ อันประกอบด้วยการร้องเพลง พร้อมด้วยกลอง (Drum) และกระดิ่ง (Bell)

การฉายรังสีที่สมองเปิดเผย (Reveal) ว่า เด็กในกลุ่มแรกมีขนาดสมองที่เพิ่มขึ้นในส่วนที่เป็นกลุ่มใยประสาทใต้เปลือกสมอง (Corpus callosum) และในสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) ซึ่งแสดงให้เห็น (Demonstrate) ว่า ทักษะการประมวล (Processing skills) การเคลื่อนไหวและการได้ยิน (Motor and auditory) ได้เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม

ประจักษ์หลักฐานทางวิจัยชิ้นนี้ แสดงอย่างเด่นชัดว่า อย่างน้อยที่สุด ความพยายามทางด้านศิลปะ (Artistic endeavors) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา “วิถีนำทางทางเทศะ” (Spatial navigation) และการรเรียนรู้ด้านดนตรีเพิ่มพูน (Enhance) การเจริญเติบโตของโครงสร้างสมองในเด็ก [และในผู้ใหญ่ด้วย]

ถ้าเป็นเช่นนั้น คำถามต่อไปก็คือ แล้วทำไมโรงเรียนจึงไม่จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคิดเชิงกระจายล่ะ?

นักเรียนส่วนมากประสบกับวัฒนธรรม (Culture) ที่มุ่งเน้นไปที่ “ทำอย่างไรจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว?” รูปแบบของข้อทดสอบมาตรฐานในชั้นเรียน ตอกย้ำ (Reinforce) วิธีการ (Approach) เรียนรู้เช่นนี้ เด็กมีโอกาสไม่มากในชั้นประถมศึกษาที่จะฝึกปรือ (Practice) การคิดเชิงกระจาย

กิจกรรมการคิดเชิงกระจายมักต้องใช้เวลามาก (Time-consuming) ทั้งในการปฏิบัติและการประเมินผล อันที่จริง (Frankly) ครูหลายคนยอมรับว่า เธอไม่มีประสบการณ์มากนัก หรือได้รับการอบรมเพียงพอในการทำงานกับกลยุทธ์ (Strategy) ของการคิดเชิงกระจาย

ดังนั้น ครูส่วนใหญ่จึงขอให้นักเรียนมุ่งเน้นความสนใจไปที่สิ่งที่สอนบนกระดานขาว (White board) แล้วซึมซับ (Absorb) ข้อมูลดังกล่าว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ชั้นเรียนปัจจุบันไม่ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริม (Encourage) การคิดเชิงกระจาย หรือความคิดสร้างสรรค์ แต่อย่างใด

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Divergent thinking - https://en.wikipedia.org/wiki/Divergent_thinking [2017, February 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน