หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 34 – ความคิดยึดมั่น (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ความคิดยึดมั่น

ในบางโอกาส เมื่อเด็กได้รับการท้าทายด้วยงานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงกระจาย (Divergent) ก็มักจะสะดุด เนื่องจากปราศจากความคุ้นเคย (Familiarity) กับประเภทของการท้าทายนี้ แต่เขาก็ตระหนัก (Recognize) อย่างรวดเร็วว่า การพยายามแก้ปัญหา คงจะใช้เวลาและความพยายาม (Effort) มาก

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากต่อสถานการณ์เช่นนั้น นั่นคือ “ความคิดยึดมั่น” (Mindset) ซึ่งเป็นอุปสรรค (Barrier) อันใหญ่หลวงต่อความสำเร็จและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ความคิดยึดมั่น เป็นความเชื่อ ข้อสมมติฐาน และความคาดหวัง ที่จะดำเนินแนวทาง (Guide) ว่า เราควรจะประพฤติตนอย่างไร? และจะมีปฏิสัมพันธ์ (Interact) กับผู้อื่นอย่างไร?

ความคิดยึดมั่นเหล่านี้ เริ่มก่อร่าง (Form) ขึ้นในวัยต้นๆ ของชีวิต เมื่อเราเจริญเติบโตขึ้น และมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ เพื่อนฝูง และองค์ประกอบอื่นๆ ในวัฒนธรรม สมองของเราก็จะเก็บสะสมปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวในเครือข่ายสมอง (Cerebral network) ส่วนประสบการณ์ใหม่ๆ ก็จะแข็งแกร่งขึ้น และขยายเครือข่ายออกไปอีก

ในที่สุด ปฏิสัมพันธ์สะสมก็จะฝังรากลึก (Ingrained) จนเราจะมีปฏิสัมพันธ์สะท้อนกลับ (Reflexive) [โดยอัตโนมัติ] เมื่อสถานการณ์ที่คล้ายกันนั้น เกิดขึ้น (Arise) อีกครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเหลือบเห็น (Spot) เพื่อนรักคนหนึ่ง วงจรเส้นประสาทในสมอง (Neural circuit) จะกระตุ้น (Fire) อาณาบริเวณของอารมณ์และการเคลื่อนไหวของสมองทันที

แล้วเป็นเหตุให้เรายิ้มตามธรรมชาติทันใด (Spontaneously) อ้าแขนออก และแสดงความอบอุ่นใจที่ได้พบกัน ในทางตรงกันข้าม วงจรที่แตกต่างกัน จะกระตุ้นอาณาบริเวณของการเรียกร้อง (Demanding) หรือข่มขู่ (Bully) จากผู้บังคับบัญชาที่ปรากฏตัว (Presence) จนทำให้เรารู้สึกแข็งทื่อ (Stiffen) และแสดง (Display) ความยำเกรง (Deference) หรือวิตกกังวล (Anxiety)

นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องความคิดยึดมั่น พบว่า เมื่อเยาว์วัย เราพัฒนาความคิดยึดมั่นที่ตายตัว (Fixed) หรือความคิดยึดมั่นที่เติบโตได้ (Growth) จากจุดเริ่มต้น (Origin) ของความสามารถและความสำเร็จ ใครที่ยึดมั่นอย่างตายตัว จะยอมรับรากฐาน (Premise) ที่ว่า คนเราเกิดมาพร้อมความฉลาด หรือพร้อมความโง่ หรือด้วยความสามารถ หรือด้อยความสามารถ

แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะเสริม (Contribute) ความสามารถได้บ้าง แต่แนวโน้มจากพันธุกรรม (Generic pre-disposition) จะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดว่า เด็กจะลงเอยเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมหรือยอดแย่ และจะเป็นนักกีฬาหัวแถวหรือปลายแถว กล่าวคือ กำหนดว่า เด็กจะเอาดี (Pursuit) ด้านไหนในอนาคต

ในการเปรียบเทียบความแตกต่าง (Contrast) ผู้คนที่พัฒนาความคิดยึดมั่นที่เติบโตได้ เชื่อในการทำงาน (Operation) จากมิติ (Perspective) ที่แตกต่างกันโดยพื้นฐาน (Fundamentally) ในเรื่องความสามารถกับความสำเร็จ โดยเขาเชื่อว่า แม้ปัจจัยทางพันธุกรรมอาจกำหนดกรอบ (Frame) ของจุดเริ่มต้นในพัฒนาการของคนเรา แต่สิ่งที่กำหนดและยืนยัน (Persistence) การพยากรณ์ความสำเร็จอย่างแท้จริง คือ “น้ำพัก น้ำแรง” (Effort) ของเราเอง

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Mindset - https://en.wikipedia.org/wiki/Mindset [2017, February 19].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน