หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 35 – ความคิดยึดมั่น (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ความคิดยึดมั่น

นักวิจัยส่วนมากเชื่อว่า ผู้คนเกิดมาพร้อมกับความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ (Growth mindset) สมองของคนเราได้รับการออกแบบให้เก็บข้อมูลจากสภาพแวดล้อม แล้วรวมเป็นหนึ่งเดียว (Consolidate) เพื่อให้เจ้าของสมองสามารถตัดสินใจได้ในการดำรงชีวิตอยู่

บรรพบุรุษ (Ancestor) ของมนุษยชาติ กำเนิดในทุ่งราบใหญ่ไร้ต้นไม้ (Savannah) ในแอฟริกา คงต้องเผชิญกับการตัดสินใจ เพื่อแก้ปัญหาที่มีมากกว่า 1 ทางออก ตัวอย่างเช่น เส้นทางไหนในป่าลึกที่ปลอดภัยที่สุด? เขาจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์ล่าเหยื่อ (Predator) หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ดุร้าย (Hostile tribe) ได้อย่างไร?

นอกจากนี้ เขาเองจะล่าสัตว์ประเภทไหนเป็นอาหารช่วงฤดูฝน? จะวางกับดัก (Trap) อย่างไร จึงจะได้ผล? ผู้คนที่มีทักษะการคิดเชิงกระจาย (Divergent) ที่เหนือกว่า (Superior) และความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ จะมีแนวโน้มที่จะอยู่รอดปลอดภัย (Survive) มากกว่าผู้คนที่ปราศจากทักษะเช่นนั้น แล้วส่งต่อยีน (Gene) ไปยังลูกหลาน (Off-spring)

วิธีการ (Approach) ของความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้นี้ จะเห็นได้ชัดเจนในเด็กวัยเตาะแตะ (Toddler) ที่สำรวจของเล่นและโลกรอบตัว โดยพยายามเข้าใจใน [สภาพแวดล้อมที่น่าอัศจรรย์] ดังนั้น ถ้าเรายอมรับว่า เราเกิดมาพร้อมกับความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ แล้วทำไม เด็กนักเรียนจำนวนมากแสดงออกให้เห็นถึงความคิดยึดมั่นแบบตายตัว (Fixed mindset)?

เกิดอะไรขึ้นในช่วงปฐมวัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ (Dramatic)? ทัศนคติ (Attitude) และความเชื่อถือของพ่อแม่ หรือผู้ดูแล (Care-giver) และครู ได้สื่อสาร (Convey message) อย่างต่อเนื่อง ทั้งทางตรง (Overt) และทางอ้อม (Subtle) ถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยน (Alter) ความคิดยึดมั่น ในขณะที่เด็กผนวกทัศนคติและความเชื่อดังกล่าวให้เข้ากับความคิดภายในของตนเอง (Internalize)

เนื่องจากความคิดยึดมั่นเป็นพลังที่มีอนุภาพ (Powerful) และถูกปลูกฝัง (Ingrained) อยู่ในตัว จึงไม่แปลกที่เด็กจะได้ยินผู้อื่นมองตนว่า เป็นเด็ก “ฉลาด” (Smart) หรือ “ไม่ฉลาด” ในกรณีหลัง มักเป็นปัจจัยที่ใช้อธิบายการไม่ประสบความสำเร็จ [ในโรงเรียน] ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของเด็กที่มักจะพูดว่า “ไม่มีใครในบ้านฉันที่เก่งเลขหรือวิทยาศาสตร์เลย” หรือ “ฉันไม่มีความสามารถพิเศษ (Talent) ในดนตรีเลย”

ผลลัพธ์ก็คือ เด็กเหล่านี้มักจะไม่กล้าเผชิญกับความยากลำบากของกิจกรรมการคิดเชิงกระจาย (Divergent) เพราะเขาเชื่อว่า เขาคงไม่มีความสามารถที่จะทำงานเช่นนั้น คำพูดที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน (Ironically) ก็คือ แม้จะเป็นเด็กเก่งมาก แต่อาจประสบความลำบากใจเหมือนกันในชั้นเรียนที่ครูให้ความสำคัญ (Premium) แก่ความฉลาดมากกว่าความขยันทำงาน ดังนั้น เด็กจึงมักสรุป (Conclude) ว่า ความฉลาดเป็นสิ่งที่ได้มาแต่กำเนิด เมื่อเขาประสบพบเห็น (Encounter) งานที่ไม่อาจสัมฤทธิ์ผล (Accomplish) ได้ง่าย ก็แสดง (Indicate) ว่า เขาเป็นคนไม่ฉลาด

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Mindset - https://en.wikipedia.org/wiki/Mindset [2017, February 19].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน