หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 36 – การปรับความคิดยึดมั่น (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การปรับความคิดยึดมั่น

เนื่องจากเด็กฉลาด (Smart) มักไม่ต้องการทำงานหนัก จึงมักปฏิเสธ (Reject) งานที่ท้าทายเมื่อเผชิญกับงานที่ต้องอาศัยการทำงานอย่างจริงจัง (Serious) อันที่จริงเด็กฉลาด (Bright) ผู้มีความคิดยึดมั่นแบบตายตัว (Fixed mind-set) มักจะเลือกงานง่ายในชั้นเรียน และ [ถ้ามีสิทธิเลือก] จะลงเรียนวิชาที่ง่ายกว่า

เด็กเหล่านี้มักปฏิเสธเสียงสะท้อนในเชิงลบ (Negative feedback) ต่องานของตน และเขาจะทำงานเพื่อให้ได้คะแนนมากกว่า เพื่อผลประโยชน์ (Sake) ของการเรียนรู้ เนื่องจากคะแนนเท่านั้นที่ส่งสัญญาณ (Signal) ความฉลาดและความสำเร็จ ดังนั้น การพัฒนาความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ (Growth mind-set) จึงมีความสำคัญมาก ทั้งต่อนักเรียนและต่อครูด้วย

ครูที่มีความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ เชื่อว่านักเรียนส่วนมากสามารถเรียนรู้ได้เกือบทุกอย่างถ้าใช้ความพยายาม (Exert effort) ที่จำเป็น และครูก็จะตระหนัก (Recognize) ว่า นักเรียนควรได้รับการสรรเสริญ (Celebrate) ในเรื่องความพยายาม มิใช่ [พรสวรรค์จาก] พันธุกรรม (Genetics) ที่จะมีผลกระทบ (Impact) ต่อความสำเร็จของเด็กเอง

มีประจักษ์หลักฐาน (Evidence) จากการวิจัยที่แสดงว่า เนื่องจากการปรับไปตามประสบการณ์ (Plasticity) ของสมอง ครูและนักเรียนจะปรับความคิดยึดติดจากแบบตายตัวกลายเป็นแบบเติบโตได้ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย คุ้มค่า (Rewarding) และจูงใจ (Motivating) สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในชั้นเรียนที่มีสถานการณ์ดังต่อไปนี้

  • ครูเชื่อมโยงกับนักเรียนแต่ละคน และแสดง (Indicate) ความเชื่อในคุณค่า (Value) และศักยภาพ (Potential) ของนักเรียน
  • นักเรียนแต่ละคนในชั้นเรียนต้องมีความรับผิดชอบ (Responsibility) อย่างสม่ำเสมอ สำหรับปฏบัติการ (Operation) ที่สัมฤทธิ์ผลของชั้นเรียน
  • เด็กเรียนรู้ที่จะทำงานที่พึ่งพาตนเอง (Independence) มากขึ้น และตระหนักด้วยตนเอง (Self-awareness) ในฐานะผู้เรียนรู้
  • เด็กจำเป็นต้องมีคู่หู (Partner) ที่เชื่อว่า นักเรียนทุกคนในชั้นสามารถ (และจะ) ประสบความสำเร็จด้วย “แก่นสาร” ที่สำคัญสุด (Most essential Content)
  • เป้าประสงค์ (Goal) หลักสำหรับชั้นเรียนคือ การที่มีนักเรียนแข่งขันกับตนเอง แทนที่จะแข่งขันกับคนอื่น กล่าวคือ การเจริญเติบโตของนักเรียนสำเร็จตามความคาดหวัง
  • ครูวางแผนเพื่อท้าทายเด็กเก่ง (High-end) และสร้างคำสอน (Instruction) ที่แตกต่าง (Differentiate) เพื่อสนับสนุนนักเรียนทุกคนให้บรรลุเป้าประสงค์อย่างแท้จริง (Virtually)
  • นักเรียนทุกคนทำงานที่น่าสนใจ (Interesting) ดึงดูดใจ (Appealing) และมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเหตุผลในระดับภาพรวม (High level)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Mindset - https://en.wikipedia.org/wiki/Mindset [2017, March 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน