หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 41 – ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์

กลุ่มการวิจัย (Set of research) หนึ่ง เกี่ยวข้องกับการทำงานกับผู้ป่วยที่มีอาการร้ายแรง (Severe) ทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเสื่อมถอย (Deterioration) ในอาณาบริเวณกลีบสมองส่วนหน้า (Frontal) และกลีบสมองส่วนขมับ (Temporal lobe) ผลที่ตามมาก็คือ ความทรงจำเสื่อม (Dementia) ในส่วนนี้เป็นโรคร้าย (Fatal) ที่ค่อยๆ บ่อนทำลายเปลือกสมองส่วนหน้าผาก (Prefrontal cortex) ซึ่งควบคุมการทำงานส่วนบริหาร (Executive function : EF) ในสมอง และจำกัด (Restrain) การทำงานของชีพจร (Impulse)

แพทย์ที่ทำงานกับผู้ป่วยเหล่านี้ สังเกตว่า แม้ EF ในสมองจะเสื่อมลง ผู้ป่วยยังคงมีความสนใจอย่างมาก (Intense interest) ในโครงงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ (Creative art project) อาทิ การเขียนภาพ (Painting) การแกะสลัก (Sculpturing) และการวาดรูป (Drawing) แม้นักวิจัยจะรู้สึกงงงวย (Puzzled) ในตอนต้น แต่ในที่สุดก็ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อโรคนี้ทำลายเซลล์ประสาท (Neuron) ในเปลือกสมองส่วนหน้าผาก สมรรถนะของสมองในการควบคุมชีพจรจะอ่อนลง และความเฟื่องฟู (Flourish) ของความคิดสร้างสรรค์จากสมองซีกขวาจะได้รับการปลดปล่อย (Unleashed) จนผู้ป่วยสามารถสร้างสรรค์ผลิตภาพทางศิลปะ (Artistic productivity) ได้หลายปี ก่อนที่โรคร้ายนี้จะคร่าชีวิตผู้ป่วยในที่สุด (Take ultimate toll)

อีกกลุ่มการวิจัยหนึ่งเกี่ยวข้องกับการนอนและฝัน โดยการทดสอบผู้เข้าร่วมวิจัย 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งนอนหลับตามปรกติ กลุ่มหนึ่งตื่นอยู่ตลอดวัน และอีกลุ่มหนึ่งตื่นตลอดคืน ผลการวิจัยพบว่า เกือบ 60% ของผู้เข้าร่วมวิจัยที่ตื่นนอนหลังจากที่ได้หลับ 8 ชั่วโมงเต็ม เกิดความคิดลึกซึ้ง (Insight) ในการแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้ดีกว่าอีก 2 กลุ่ม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

คำตอบก็คือ ขณะที่เรานอนหลับและฝันอยู่ เปลือกสมองส่วนหน้าผากได้ปลดปล่อย (Release) ให้สมองคิดเห็นความเกี่ยวข้อง (Association) กับความคิด (Idea) ตามธรรมชาติ (Spontaneous) และไร้ขีดจำกัด (Unrestricted) เราจะมองไม่เห็นความเกี่ยวข้องดังกล่าวในขณะที่เราตื่นอยู่ทั้งวันหรือทั้งคืน เพราะเปลือกสมองส่วนหน้าผากจะใช้อิทธิพล (Exert) ควบคุมมัน

ความเกี่ยวข้องแบบสุ่ม (Random) ที่เกิดขึ้นระหว่างความฝัน อาจไม่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง แต่บางครั้งความเกี่ยวข้องดังกล่าว มักจะนำไปสู่ความคิดลึกซึ้งที่จะช่วยแก้ปัญหาจริงขณะที่เราตื่นอยู่ ประวัติศาสตร์ (History) ของวิทยาศาสตร์เปิดเผย (Reveal) ให้เห็นโอกาสหลายครั้งของการแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ (Pursue) จากความฝัน

นักอินทรีย์เคมี (Organic chemist) ชาวเยอรมันชื่อออกุสต์ เคคูเล (August Kekule) ได้พยายามเป็นเวลาหลายปีในการค้นหาโครงสร้างโมเลกุล (Molecular structure) เขาบันทึกว่า เขาได้นอนหลับไปบนเก้าอี้หน้าเตาผิง (Fireplace) ในปี พ.ศ. 2408 แล้วฝันเห็นงูหลายตัวเต้นรำอยู่ในหัวของเขา งูตัวหนึ่งคว้า (Grab) หางของตัวมันเอง และเมื่อเขาตื่นนอนเขาจึงเข้าใจว่าเบนซิน (Benzene) มีโครงสร้างเป็นวงกลม (Circular) มิใช่เป็นเส้นตรง (Linear) เหมือนสารประกอบ (Compound) อินทรีย์อื่นๆ ที่ทราบกันในเวลานั้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Creativity - https://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2017, April 9].
  3. August Kekele - https://en.wikipedia.org/wiki/August_Kekul%C3%A9 [2017, April 9].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน