หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 44 – นักวิชาชีพ STEM ในโลกจริง (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ความคิดสร้างสรรค์ในประวัติศาสตร์

บางส่วนของสมองจะมีพลัง (Active) เมื่อเรามีความคิดลึกซึ้ง (Insight) ส่วนนั้นเป็นรอยนูนสมองกลีบขมับส่วนบน (Anterior superior temporal gyrus) ที่อยูในซีก (Hemisphere) ขวา ตรงด้านหลัง¬งหูข้างขวา การศึกษาแต่ก่อนนี้แสดงว่า อาณาบริเวณนี้ที่สนองตอบมาก (Dramatically) เมื่อสมองประมวล (Process) เรื่องราวตลกโปกฮา (Joke) และกลวิธีทางวรรณศิลป์ที่เป็นนามธรรม (Abstract literary device) อาทิ คำอุปมาอุปไมย (Metaphor) และเค้าโครงเรื่อง (Plot) ที่ละเอียดอ่อน (Subtle)

นักวิจัยจึงนำเสนอ (Propose) ว่าทักษะภาษาเหล่านี้ สัมพันธ์กับความคิดลึกซึ้ง เพราะมันต้องอาศัยสมองในการเชื่อมความแตกต่างระหว่างความคิดที่ดูเหมือนจะไม่สัมพันธ์กัน

แต่ (1) แล้วทำไมตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เหล่านี้มิได้แสดงออก (Portray) ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ล่ะ? (2) ทำไมจึงเกิดมีความคิด (Notion) ว่าสาขาวิชา STEM มีตรรกะ (Logical) และสร้างสรรค์น้อยกว่าชั้นเรียนศิลปะ? และ (3) ทำไมจึงมีนักเรียนเพียงจำนวนหนึ่ง (โดยเฉพาะผู้อยู่ในชั้นเรียน STEM) ที่คิดว่าตนเองมีความคิดสร้างสรรค์?

คำตอบน่าจะอยู่ที่เหตุผล 2 ข้อ ข้อแรก เนื่องจากเนื้อหาวิชา (Material) ของ STEM ที่เรียนมีปริมาณมาก (Vast amount) ซึ่งต้องอาศัยการท่องจำ (Memorization) การทดลองในโลกแห่งความเป็นจริง (Real-world experimentation) ที่มีไม่มาก จึงมีการคิดเชิงกระจุก (Convergent) ที่ไม่ค่อยมีโอกาส (Exposure) ในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ในชั้นเรียน หรือไม่ค่อยมีตัวอย่างเรื่องราวความสำเร็จเชิงสร้างสรรค์

ข้อ 2 มีทักษะที่สัมพันธ์กับศิลปะไม่มากที่ถูกผนวกเข้ากับชั้นเรียน STEM ดังนั้น นักเรียน STEM จึงมองไม่เห็น (Perceive) สาขาวิชา (Subject area) ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งความคิดเห็น (Perception) นี้จะอยู่กับเด็กไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่ชัดเจนก็คือ เราจำเป็นต้องรวม (Include) กิจกรรมที่สร้างสรรค์ในชั้นเรียน STEM และศิลปะคือ หนทางในอุดมการณ์ (Ideal) ที่สามารถเป็นแรงจูงใจ (Motivation) ที่ดีได้

นักวิจัยชั้นเรียน STEM มักรายงานผลว่า วิชาเหล่านี้ปราศจากคุณลักษณะ (Feature) ที่เป็นลักษณะเฉพาะ (Characteristics) ของนักวิชาชีพ (Professional) ด้าน STEM ในโลกแห่งความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น ในชั้นเรียนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา ครูจะมุ่งเน้น (Concentrate) ในการสอนตามตำรา จนขาดการพัฒนาให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) ในตัวนักเรียน เกี่ยวกับการอธิบายเบื้องหลังนานาแนวความคิด (Concept) และนานาเหตุการณ์

ภาคปฏิบัติ (Practice) ของนักเรียนในชั้นเรียน STEM มักเกี่ยวข้องกับการทดลองที่ทราบผลลัพธ์ (Outcome) แล้ว หรือแก้ปัญหาที่ทราบคำตอบแล้ว ซึ่งแทบจะไม่ท้าทาย (Hardly challenging) หรือจูงใจ (Incentive) ให้มีความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนไม่มีโอกาสเก็บรวบรวมประจักษ์หลักฐาน (Evidence) ที่จะตรวจสอบความถูกต้อง (Validity) ในการอธิบายปัญหาใน STEM หรือสื่อสารถึงผู้อื่นเกี่ยวกับประจักษ์หลักฐานที่ตนค้นพบ

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Creativity - https://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2017, April 30].
  3. STEM Professionals - https://www.envisionexperience.com/profiles/program-speakers-exs/stem-professionals [2017, April 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน