หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 48 – เทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์

มักมีคำถามว่า เทคโนโลยี “หล่อหลอม” (Foster) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) หรือไม่? ทุกวันนี้ เทคโนโลยีได้ฝังรากลึก (Firmly entrenched) อยู่ในทุกระดับชั้นเรียน จนทำให้เราอุปโลกน์ (Assume) ว่า เด็กจะมีความคิดสร้างสรรค์ในชั้นเรียน STEM แต่ข้อเท็จจริงขึ้นอยู่กับว่า เทคโนโลยีถูกใช้อย่างไร?

ในบางชั้นเรียน เทคโนโลยีถูกใช้เพียงเพื่อให้ทำงานอย่างเดียวกันให้เร็วขึ้น แทนที่จะทำให้เด็กมีส่วนร่วมในหลายสิ่งหลายอย่าง ในมิติ (Scenario) นี้ คือหนทาง (Means) สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการสอน (Instructional efficiency) เทคโนโลยีได้กลายเป็นเครื่องมือ(Tool) ที่ครอบคลุมเนื้อหา (Covering material) ที่รวดเร็วขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ครอบงำโดยครู (Teacher-dominated) แต่ความสนใจของเด็กอาจอ่อนล้า (Lag) และสมาธิ (Attention) อาจล่องลอยไป (Drift)

การให้เด็กนั่งประจำที่โดยมีคอมพิวเตอร์คนละ 1 เครื่องเพื่อเรียนรู้เนื้อหา (Content) ให้ช่ำชอง (Master) ตามความเร็ว-ช้า (Pace) ของแต่ละคน ย่อมต้องดีกว่าการให้ครูบรรยายตลอดคาบ (Episode) ของการเรียนรู้ แต่มันหล่อหลอมความคิดสร้างสรรค์หรือไม่? คำตอบคงจะไม่ เพราะไม่ว่ารู้วิธีการนี้จะมีสิ่งแปลกใหม่ (Novelty) ตรงไหน?

การใช้เทคโนโลยีและบูรณาการศิลปะ ทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้นสำหรับครู และน่าสนใจ (Intrigue) ยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก ครูสามารถแสดงให้นักเรียนเห็นว่า เทคโนโลยีจะช่วยเขา (1) ติดตาม (Pursue) ความสนใจ (2) ร่วมกับ (Merge) กิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะในการเรียนรู้ (3) สื่อสารกับผู้รู้ทางศิลปะและ STEM ทั่วโลก และ (4) เริ่มมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง

เทคโนโลยีสามารถช่วยเด็กให้ (1) สำรวจปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง (2) แข่งขันในโครงงาน STEM และ (3) เรียนรู้เพื่อคิดและเขียนคล้ายเด็กฝึกงาน (Apprentice) ในสาขาวิชา STEM ในขณะที่ครู STEM และครูที่สอนวิชา (Subject) อื่น อาจมอง (View) เทคโนโลยีเป็นภัยที่อาจคุกคาม (Potential threat) ต่อความมั่นคงในงาน (Job)

เมื่อเทคโนโลยี กลายเป็นสิ่งที่ทันสมัย (Sophisticated) ขึ้นเรื่อยๆ บางทีโรงเรียนอาจไม่จำเป็นต้องมีครูมากนัก ความกังวล (Concern) นี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ไม่อาจประกันได้ (Unwarranted) อย่างก็ตาม ครูที่ดีและเก่งไม่อาจทดแทนด้วยเครื่องจักร บริษัทวิจัยได้ใช้เวลาหลายทศวรรษ (Decade) ในการค้นพบว่า ครูที่เป็นเลิศของชั้นเรียนมีอุปนิสัย (Trait) ขั้นพื้นฐานดังนี้

  • ครูรู้ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดผล (Productive relationship) กับเด็ก เพื่อนร่วมอาชีพ (Colleague) และพ่อแม่ ได้อย่างไร?
  • ครูมีพลังงานล้นเหลือ (Energetic) และรู้ว่าจะสร้างแรงดลใจ (Inspire) เด็กด้วยความกระตือรือร้นในวิชาที่สอนอย่างไร?
  • ครูรู้จักนักเรียนแต่ละคนเป็นอย่างดี โดยปฏิบัติต่อแต่ละคนอย่างปัจเจกชน (Individual) และเลือกสรรงานที่มอบหมายให้แต่ละคนที่จะช่วยเด็กให้ประสบผลสำเร็จ

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Creativity - https://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2017, May 28].
  3. How Technology Enhances Creativity - http://www.forbes.com/sites/gregsatell/2014/01/27/how-technology-enhances-creativity/#51efdeee483b [2017, May 28].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน