หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 52 – คำถามคาใจครู STEM (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


คำถามคาใจครู STEM

คำถามที่ 1 : ฉันจะทำอย่างไร ถ้าฉันไม่ใช่ศิลปิน และไม่ใช่นักสร้างสรรค์?

หนึ่งในจำนวนเสียงสะท้อน (Feedback) ที่ได้รับจากครูทุกระดับชั้น (Grade) ก็คือ เขาไม่เคยคิดว่าตนเองมี “หัวศิลป์” (Artistic) ไม่ว่าในวิถีทางใด และลำพังการคิดถึงความจำเป็นที่ต้องสร้างสรรค์ศิลปะ [ที่เลยเถิดไปกว่าคำว่า “ระบายสี” (Coloring) ในชั้นเรียน] ก็เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว (Intimidating) อยู่แล้ว

เรามักได้ยินเรื่องราวของครูที่บอกนักเรียนให้ระบายสี หรือวาดรูป “ภายในกรอบ” (Within frame) และไม่ยอมให้มีอิสระ (Freedom) ของการแสดงออก (Expression) จนทำให้เด็กกลัวความผิดพลาดหากทำอะไร “ออกนอกกรอบ” นี่เป็นภาวะที่ขัดแย้งกัน (Anti-thesis) กับกระบวนการที่กระตุ้น (Activate) อาณาบริเวณของสมองในการแก้ปัญหา

ในกรณีนี้ แม้ครูจะมีความตั้งใจดี (Well-intentioned) แต่คำสั่ง (Directive) จะให้ผลที่ตรงข้ามกัน (Reverse effect) เนื่องจากเป็นตัวหน่วง (Damper) ของการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ แม้บางคนจะไม่ค่อยมีประสบการณ์ไปชมการแสดงดนตรี (Musical) การเต้นรำ การแสดงเล่นละคร (Theatrical performance) หรือการชมงานศิลปะตามห้องแสดงผลงานศิลป์ (Gallery) หรือพิพิธภัณฑ์ (Museum) ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีทางเลือกเชิงศิลปะ (Artistic choice) อยู่ทุกวี่วัน

ตัวอย่างเช่น เราเปลี่ยนช่องโทรทัศน์เพื่อเลือกดนตรีที่อยากจะชมและฟังที่บ้าน หรือเลือกคลื่นวิทยุที่อยากจะฟังในรถ ตลอดจนตัดสินใจเกี่ยวสีและเนื้อผ้า (Fabric) ของเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราสวมใส่ในโลกรอบตัวเรา การตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ครูจึงควรทำให้แน่ใจ (Ensure) ว่า การตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การสอนในโรงเรียนด้วย

เราต้องเข้าใจว่า พวกเราทุกคนมี “สมรรถนะพิเศษทางศิลปะ” (Artistic talent) อยู่ในตัวเราไม่มากก็น้อย บางส่วนจะได้รับการพัฒนา (Developed) มากกว่าส่วนอื่น เพียงสะท้อนประสบการณ์ทางศิลปะที่อยู่เบื้องหลัง ออกมาให้เห็นอย่างประจักษ์ ณ เบื้องหน้า (Forefront) และระลึกย้อนหลังว่า กิจกรรมศิลปะอะไร เป็นสิ่งที่โปรดปราน (Favorite) ของตัวครูเอง

ครูหลายคนค้นพบว่า สมัยเมื่อยังเป็นเด็ก เคยเรียนเต้นรำ ร้องเพลง เล่นดนตรี (อาทิ เปียโน [Piano]) และเล่นละคร เย็บปักถักร้อย สร้างเมืองจำลอง (Model) จากตัวต่อ (Lego) ทำหุ่นกระบอก (Puppet) และว่าว (Kite) รวมทั้งวาดภาพด้วยชอล์ก (ตามข้างทางเดิน) เป็นต้น เพียงครูต้องลองให้โอกาสตัวเองฝึกฝน (Practice) ในสิ่งที่พร่ำสอน (Preach) นักเรียน และกล้าพอที่จะยอมรับความเสี่ยง (Risk-taking) สักหน่อย

นอกจากนี้ ครูต้องยอมให้นักเรียน กล้ารับความเสี่ยงเดียวกัน ในการร่วมเดินทาง (Travel) ไปตามถนนของการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาที่แท้จริง (Authentic problem-solving) อันเป็นทักษะที่จำเป็นในการเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสิ่งที่นักวิชาชีพ STEM ปฏิบัติอยู่เป็นกิจวัตรประจำวัน

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Creativity - https://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2017, April 23].
  3. STEAM not STEM - http://steam-notstem.com/ [2017, June 25].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน