หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 53 – คำถามคาใจครู STEM (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


คำถามคาใจครู STEM

คำถามที่ 2 : แล้วเรื่องบูรณาการของศิลปะกับศิลปะเพื่อศิลปะจริงๆ ล่ะ?

ถ้าครูชอบชมภาพยนตร์ ก็คงจะคุ้นเคยสัญลักษณ์ (Logo) ของค่ายหนัง “เมโทร สิงโตเห่า” (MGM Studio) ออกจากวงกลม ตอนต้นเมื่อหนังเริ่มฉาย หากเป็นคนช่างสังเกต จะพบวลี “Ars Gratia Artis” ซึ่งเป็นภาษาละติน (Latin) แปลว่า “ศิลปะ เพื่อความเป็นเลิศทางศิลปะ (Art for art’s sake)

บทความนี้ มีจุดประสงค์เพื่อช่วยครูให้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสอน “สมรรถนะหลัก” (Core competency) สำหรับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) แต่มิได้หมายความว่า ศิลปะจำเป็นต้องสร้างผลกระทบต่อคะแนนทดสอบมาตรฐาน (Standardized test) ว่าเด็กเรียนรู้สาขาวิชา STEM ได้ดีแค่ไหน?

วิชาศิลปะเอง มิใช่ดำรงอยู่ได้เพราะการช่วยเหลือดังกล่าว อันที่จริง เราสามารถโต้แย้ง (Arguable) ได้ว่าศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ (Human life) มานมนาน ก่อนกำเนิด (Emerge) ของสาขาวิชา STEM เสียอีก ดังนั้น โรงเรียนในอุดมการณ์ (Ideal) จึงควรเป็นสถานศึกษา (Institution) ของการเรียนรู้ที่ศิลปะมีน้ำหนักความสำคัญในหลักสูตร (Curriculum)

เยาวชน (Youth) ที่มีส่วนร่วมในการร้องเพลงประสานเสียง (Chorus) เล่นในวงมโหรี (Orchestra) หรือวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง (Mural) แล้วเร่งรีบไปฝึกฝน (Practice) บาสเก็ตบอล ได้สร้างสถาบันการศึกษาทางวัฒนธรรม ที่ “ฟูมฟัก” (Nurture) สิ่งประเสริฐในตัวเยาวชนทุกคน อันเป็นส่วนทรหด (Indomitable part) ของการศึกษาศิลปศาสตร์ (Liberal arts)

โปรแกรมดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่แทบจะวัดผล (Measure) ไม่ได้ แต่เรารู้ได้เมื่อเราเห็น และเรารู้สึกได้เมื่อเราได้ยิน ประสบการณ์เหล่านี้ “หล่อหลอม” (Foster) ความสัมพันธ์ภายในบุคคล (Intrapersonal) และระหว่างบุคคล (Interpersonal) ที่ทลายกำแพง อุปสรรค (Barrier) ทางสังคมและทางวัฒนธรรม

ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน (Communal) และเรียนรู้ร่วมกันในหลากหลายบริบท (Setting) หล่อหลอมความมิตรภาพ และความเข้าใจอันลึกซึ้ง (Deep understanding) ของภูมิหลังที่แตกต่างกันทางชาติพันธุ์ (Ethnic) และการยอมรับหนทางที่ผู้คนคิดแตกต่างจากเรา เป็นการจุดประกาย (Set the stage) ให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

จุดมุ่งหมายของโรงเรียน คือเป็นสถานที่ที่กิจกรรมและโปรแกรมการเรียนรู้อยู่ร่วมกัน (Co-exist) ได้อย่างมีความสุข ผู้บริหารส่งเสริมความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ (Healthy cooperation) ระหว่างครูวิชาการกับศิลปะ โดยเฉพาะครูสอนกิจกรรมนอกหลักสูตร (Extra-curricular activities) อาทิ พลศึกษาและดนตรี เพื่อให้ได้หลักสูตรอันทรงคุณภาพ ตัวอย่างเช่น ครูสอนอ่าน สามารถเรียนรู้จากครูสอนดนตรีว่า เด็กเรียนรู้ศัพทานุกรม (Vocabulary) จากเนื้อเพลง (Lyric) อย่างไร ในทางกลับกัน ครูสอนดนตรีก็สามารถเรียนรู้จากครูสอนอ่านว่า เด็กเรียนรู้อย่างไรเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค (Sentence structure) ไวยากรณ์ (Grammar) และลำดับเนื้อเรื่อง (Story sequence)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. STEAM not STEM - http://steam-notstem.com/ [2017, July 2].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน