หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 61 – บูรณาการศิลปะประถมต้น (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บูรณาการศิลปะประถมต้น

นอกจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเครือข่ายการรับรู้ (Cognitive network) เส้นทางประสาท (Neural pathway) ซึ่งควบคุมและประสาน (Coordinate) กับการเคลื่อนไหวของร่างกายก็ทวีคูณ (Multiply) ในขณะที่เด็กพยายามรับมือกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ อาทิ การใช้ไม้เหวี่ยงตี (Swinging) การเรียนรู้วิธีว่ายน้ำ หรือการกระโดดเชือก (Jumping rope)

วิวัฒนาการการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross motor skill) เป็นทักษะสำคัญในช่วงเวลานี้ เนื่องจากทักษะเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอด (Survival) โดยช่วยให้เด็กกระโดดหลบรถที่กำลังแล่นมาใกล้ หรือหลบหัว (Duck) อย่างเร็วพอที่จะหลีกเลี่ยงการถูกชกต่อย (Punch)

การหยุดในช่วงพักสั้นๆ (Recess) เป็นหนทางที่โรงเรียนประถมศึกษาเกือบทุกโรงเรียนยอมรับ (Acknowledge) ว่ามีความสำคัญต่อนักเรียนประถมต้นในการเปิดโอกาสให้เล่นเพื่อพัฒนาทักษะทางร่างกายและสังคม อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนประถมศึกษามากกว่า 30% ทั่วสหรัฐอเมริกา ได้กำจัด (Eliminate) การหยุดในช่วงพักสั้นดังกล่าว จนมีเวลาพักรวมอาหารกลางวันแล้วถัวเฉลี่ยเพียงวันละ 27 นาที

ในขณะเดียวกัน การวิจัยเปิดเผย (Reveal) ถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย และการเล่นที่เป็นอิสระ (Unstructured) จะช่วยรักษาพัฒนาการการรับรู้สูงสุด (Maximum) งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เปรียบเทียบเด็กอายุ 4 ขวบที่เข้าเรียน (Enroll) ในโรงเรียนอนุบาล (Pre-school) ที่สอนทักษะการออกเสียงแบบดั้งเดิม (Traditional phonetics) และการนับ (Counting) กับเด็ก 4 ขวบในโรงเรียนอนุบาลที่เน้นการเล่นอย่างอิสระ

ผลปรากฏว่า หลังจาก 1 ปี เด็กกลุ่มหลังทำคะแนนได้ดีกว่า ในกลุ่ม (Series) ทักษะการรับรู้ที่สำคัญ (Crucial) ซึ่งได้แก่ ความทรงจำปฏิบัติงาน (Working memory) สมาธิ (Attention) และการควบคุมตนเอง (Self-control) นักวิจัยแนะนำว่า ประโยชน์ของการเล่นอย่างอิสระก็คือ เด็กได้มุ่งเน้น (Focus) เมื่อเขาสนุกสนาน (Fun) แทนที่จะเหลาะแหละเหลวไหล (Frivolous)

และเมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์กลางการควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทบทวนการวิจัย 50 ชิ้น แล้วพบว่า กิจกรรมทางร่างกายระหว่างอยู่ในโรงเรียน ช่วยปรับปรุงผลการเรียน (Academic) รวมทั้งผลการทดสอบมาตรฐาน (Standardized test score) แต่ไม่พบประจักษ์หลักฐานว่า เวลาหยุดพักสั้นของเด็กมีผลกระทบในเชิงลบต่อทักษะการรับรู้ ทัศนคติ หรือพฤติกรรมในการเรียน

นักวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา (Neuro-scientist) บอกเราว่า กิจกรรมทางร่างกายเพิ่มการผลิตสาร (Substance) ที่กระตุ้น (Stimulate) การเกิดเซลล์ประสาท (Neuron) ใหม่ โดยเฉพาะในฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสมองในการเรียนรู้และจดจำ การลดเวลาหยุดพักสั้นจะทำให้กิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะกระทบในเชิงลบต่อการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Arts Integration - https://en.wikipedia.org/wiki/Arts_integration [2017, August 20].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน