หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 62 – บูรณาการศิลปะประถมต้น (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บูรณาการศิลปะประถมต้น

กิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเป็นหนทางที่ได้ประสิทธิผลในการแนะนำนักเรียนประถมต้นให้รู้จักแนวความคิด (Concept) ในวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เราเองก็คงเคยประสบความสนุกสนานเมื่อเป็นเด็กในวัยเดียวกันนี้ เมื่อค้นพบไดโนเสาร์ (Dinosaur) หลากหลายชนิด

อาจเป็นการยากที่จะให้เด็กเชื่อว่า สัตวโลกเหล่านี้มิใช่ยักษ์ในจินตนาการ (Fantasy monster) แต่เคยเพ่นพ่าน (Roam) ในโลกของเรานับล้านๆ ปีก่อน การศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้มักรวมทั้งการวาดรูป ระบายสี และปั้นดินเหนียว (Clay) ให้มีรูปแบบ (Model) ที่แตกต่างกัน ตามไดโนเสาร์และถิ่นที่อยู่ (Habitat) ที่เคยมีอยู่จริง

การสำรวจระบบสุริยะจักรวาล (Solar system) สร้างโอกาสมากมายสำหรับการทำแบบจำลอง (Model-making) การร้องเพลง และการทำโปสเตอร์ (Poster) ทุกชนิด การใช้หลากหลายรูปแบบของเทคโนโลยีเพื่อขยายความรู้ของเด็กในหัวข้อเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและน่าจูงใจ (Motivating) ไม่น้อยเลย

การบูรณาการกิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะให้เข้ากับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในกลุ่มนักเรียนประถมต้น สามารถบรรลุจุดประสงค์ได้หลายประการ เริ่มต้นที่หล่อหลอม (Foster) การเจริญเติบโตในเรื่องกรอบความคิด (Mind-set) ของเด็ก เนื่องจากเขาตระหนัก (Realize) ว่า เขาสามารถผลิตตัวแทน (Representation) หลากหลายของสิ่งที่เขาเรียนรู้ผ่านนานาสื่อ (Various media)

การบูรณาการยังช่วยให้เด็กสร้างความเชื่อมโยง (Connection) ระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ และมองแต่ละสาขาวิชาบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน แทนที่จะเป็นสาขาใดมีความสำคัญมากกว่าอีกสาขาหนึ่ง ครูเองก็สามารถผนวก (Incorporate) กิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะให้เข้ากับหัวข้อ STEM ในทุกระดับชั้น (Grade level) อย่างสอดคล้อง (Consistently)

เด็กจะเห็นว่า ไม่มีพรมแดน (Boundary) ระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ และทุกสาขาวิชาด้วยซ้ำ เมื่อผู้เรียนไม่มีข้อจำกัดเรื่องพรมแดนในสาขาวิชาที่เรียน (Field of study) เขาจะเริ่มเจริญงอกงาม (Flourish) ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และอัจฉริยภาพ (Genius)

ครูชั้นประถมต้นต้องเผชิญกับความท้าทาย (Challenge) ของหลักสูตรและการประเมินผล รวมทั้งจัดสรร (Juggle) ความต้องการจำนวนมาก (Numerous) ตลอดวัน แล้วยังต้องทำตนเป็นประโยชน์แทนพ่อแม่ (Stand-in parents) ในหลายๆ กรณี ครูต้องอัดฉีด (Infuse) การทะนุถนอมอย่างมาก (Tremendous nurture) เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ จึงมิใช่เป็นงานที่ง่ายนัก เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่เด็กกำลังพัฒนากลยุทธ์ในการรับรู้ (Cognitive strategy) สร้างสรรค์ความคิด เรียนรู้การเข้าสังคม (Socialize) และตื่นเต้น (Thrill) กับเสียงปรบมือ (Applause) ของครอบครัว เพื่อนฝูง และครู เมื่อทำงานเสร็จอย่างงดงาม (Job well done)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Arts Integration - https://en.wikipedia.org/wiki/Arts_integration [2017, September 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน