หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 66 – วางแผนบูรณาการศิลปะ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วางแผนบูรณาการศิลปะ

ในการสร้างแผนการสอน (Lesson plan) ในชั้นเรียนที่อยู่ได้ด้วยตนเอง (Self-contained) ครูควรจะพัฒนาเพียงแผนเดียว (Single) ที่ครอบคลุมตลอดวัน (Full day) โดยมีบูรณาการ (Integration) เป็นตัวนำ (Lead) และมีการพิจารณาดังต่อไปนี้

    ครูสร้างรายการคำที่มีพลวัตร (Active word list) อันประกอบด้วยศัพทานุกรม (Vocabulary) ใหม่ สำหรับวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เด็กไม่เคอะเขิน (Comfortable) ต่อคำเหล่านี้
  • หากครูสามารถทำให้เด็กจดจำ (Master) รายชื่อคำหรือรายชื่อตัวสะกด ก่อนที่เด็กจำเป็นจะต้องใช้จริงๆ เด็กก็จะรู้สึกมั่นใจ (Confident)) ในเนื้อหา (Content) เพราะเขาคุ้นเคย (Familiar) กับคำเหล่านั้น ทำให้การอ่าน และการบ้าน เป็นมิตร (Friendly) กับเด็กมากขึ้น
  • ครูนำเนื้อหาที่หลากหลายของสาขาวิชามาผนวกเข้าด้วยกันตราบเท่าที่ปฏิบัติได้ (Practical) ตัวอย่างเช่น เด็กเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างประโยคบอกเล่า (Declarative) กับประโยคปฏิเสธ (Interrogative) ในศิลป์ภาษา (Language art) ที่สามารถสร้างข้อความเกี่ยวกับปัญหาหรือคำถามในคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
  • ครูอาจใช้ศิลปะการละคร (Theater) ในการสร้างแบบฝึกหัดงานเขียน (Writing exercise) ในชั้นเรียน
  • ครูอาจสอนให้เด็กรู้จักประยุกต์ใช้กับการเขียนบทละครที่ลึกลับ (Mystery play) ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ หรือทำให้กลายเป็นโครงงาน (Project) บูรณาการศิลปะระดับติดดาว (Star-studded)
  • หากมีครูสอนดนตรี หรือศิลปะในโรงเรียน ครูชั้นประถมศึกษาอาจขอคำปรึกษา โดยเชื้อเชิญให้มาร่วมกันสร้างแผนบทเรียนและกิจกรรมที่อาจสอนร่วมกัน (Co-teaching) ได้
  • หากมีผู้เชี่ยวชาญ (Expert) คอมพิวเตอร์ในโรงเรียน หรือมีพ่อแม่ที่เชี่ยวชาญ (Savvy) ในด้านคอมพิวเตอร์ ครูอาจขอความช่วยเหลือในการผนวก (Incorporate) เทคโนโลยีให้เข้ากับแผนบทเรียนบูรณาการก็ได้
  • เด็กแต่งละครเพื่อแสดงตอนปลายปีการศึกษา บนพื้นฐานของบันทึกรายวัน (Journal) และนำเสนอต่อหน้าประชากรทั้งโรงเรียน (School population)
  • เด็กอาจร้อยกรองหรือแต่งเป็นกวีนิพนธ์ (Lyrics) พร้อมทำนอง (Tune) ที่ไพเราะเสนาะหู (Melody) และเป็นที่นิยมกันทั่ว (Popular)
  • ครูและนักเรียนช่วยกันจัดหาเสื้อผ้าอาภรณ์ (Costume) ของตัวละคร และฉาก (Set) ที่เต็มไปด้วยสีสัน (Colorful) จินตนาการ (Imaginative) และมุ่งเน้น (Focused) ไปยังพื้นฐานรูปทรงเรขาคณิต (Geometric elements)
  • แม้ว่าจะมิได้มุ่งหวังให้ละครเป็นเครื่องมือการสอนสำหรับผู้ชม แต่กระบวนการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เป็นเชื้อเพลิงที่คอยประทุความสนใจไม่เพียงแต่สำหรับเด็ก แต่สำหรับครูและบุคลากรของโรงเรียนด้วย
  • การผลิตละครที่ประยุกต์ใช้แนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งคณิตศาสตร์ อาจกลายเป็นละครยอดนิยม (Smash hit) อย่างน่าอัศจรรย์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans : Think 360o Arts for Learning - http://think360arts.org/for-educators/lesson-plans/ [2017, October 1].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน