หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 69 – บูรณาการศิลปะ จะฉายเดี่ยวหรือฉายคู่

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บูรณาการศิลปะ จะฉายเดี่ยวหรือฉายคู่

เรารับรู้ว่า แนวความคิดของบูรณาการศิลปะ (Art integration) อาจเป็นเรื่องยุ่งยาก (Unsettling) สำหรับครูบางคน เพราะครูชั้นประถมศึกษามักสอนชั้นเรียนคนเดียวมาตลอด และการสอนเป็นทีมไม่ค่อย (Rare) ปรากฏให้เห็น ดังนั้น ครูมักลงเอยด้วยการทำงานคนเดียวใน โครงการใหม่ๆ ด้วย

การ “ฉายเดี่ยว” (Solo) อาจเป็นสิ่งที่น่าพอใจ (Gratifying) และน่าตื่นเต้น (Thrilling) เพราะได้โอกาสทำงานอย่างอิสระ (Autonomy) ในการกำหนดว่า ต้องทำ (Act) อะไร และทำ (Execute) อย่างไร แต่ก็เป็นการจำกัดผลงานที่มีโครงสร้างการมองการณ์สั้น (Myopic) โดยมิได้ตอบสนองความต้องการของผู้รับ (Audience) กล่าวคือ เด็กนักเรียน

ในทางตรงกันข้าม การ “ฉายคู่” (Duet) อาจเพิ่มพูน (Enrich) ผลงานของแต่ละบุคคล โดยบังคับให้ครูต้องเข้าไปสู่ (Delve) เขตแดนทางศิลปะ (Artistic territory) ที่ไม่เคยมีใครไปสำรวจ (Uncharted) มาก่อน อันทำให้เกิด (Emerge) รูปแบบของ “ประโยชน์เกื้อกูล” (Synergy)

การสร้างแผนบทเรียนที่บูรณาการศิลปะ โดยการฉายเดี่ยวอาจเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่อาจมิใช่สิ่งที่ “หายใจได้ทั่วท้อง” (Breathe) หากครูคนใดโชคดีที่มีครูสอนศิลปะเป็นคู่หู (Buddy) ก็จะเป็นทรัพยากรอันล้ำค่า (Valuable resource) ผู้ร่วมงาน (Colleague) คนนี้ อาจเสนอความคิดดีๆ และแม้กระทั่งร่วมสอน (Co-teach) ด้วย

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ครูบางคนอาจยินยอมให้เพื่อนสนิทหรือพ่อแม่เด็กนักเรียน เข้ามาช่วยในโครงงานบูรณาการศิลปะ โอกาสนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มพูน (Enhance) กลยุทธ์การสอน (Instructional strategy) เด็ก แต่ยังเพิ่มพูนประสบการณ์ และจุดประทุ (Fuel) เครื่องยนต์ STEAM ในตัวครู

หากครูคนใด มีขีดความสามารถ (Capability) ในการทำงานกับนักเรียนในชั้นอื่นด้วย ควรต้องพิจารณาระบบ “คู่หู” อย่างน่าสนใจ เพราะจะมีการกำหนดทิศทาง (Direction) ร่วมกัน (Ensemble) หรือผสมกลมกลืน (Blend) “ความสามารถพิเศษ” เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์ร่วมกัน (Common objective) ในการเรียนรู้

การสอนแบบฉายคู่ เป็นข้อแนะนำ (Suggestion) ที่พึงประสงค์ สำหรับการพัฒนาแผนการสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่บูรณาการศิลปะในระดับประถมศึกษา ครูอาจเลือกรูปแบบ (Format) ที่เหมาะสมสำหรับตนเอง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ (Particular) ส่วนในระดับมัธยมศึกษา การสอนแบบฉายคู่เป็นสิ่งที่มักพบเห็นบ่อยบ่อยอยู่แล้ว

ในการวางแผนบทเรียน มีวิธีการ (Approach) อยู่ 2 แบบ กล่าวคือ แบบดั้งเดิม (Traditional) กับแบบบูรณาการศิลปะ ซึ่งมีแบบอย่าง (Template) ที่ยืดหยุ่นได้ จุดมุ่งหมาย (Intent) คือ การแนะนำ (Introduce) กลยุทธ์ใหม่ มิใช่กำหนดตายตัว (Mandate) ให้มีแผนการสอนที่เหมือนกันทุกอย่าง(Exact) แต่ต้องการให้มีการเปลี่ยน “กรอบความคิด” (Mind-set) แบบอย่างนี้ เปรียบเสมือน “อาหารรองท้อง” (Appetizer) ก่อน เพื่อส่งเสริมให้ครูรู้จักสร้าง “อาหารหลัก” (Main Course) ของ STEAM

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans : Think 360o Arts for Learning -- http://think360arts.org/for-educators/lesson-plans/ [2017, October 22].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน