หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 75 – ตัวอย่างแผนบทเรียนเด็กประถม (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตัวอย่างแผนบทเรียนเด็กประถม

คาบที่ 3 – วันและเวลา

จุดมุ่งหมายของบทเรียน – (1) เพื่อแนะนำให้รู้จักศัพทานุกรม (Vocabulary): วงจรของน้ำ (Water cycle) การระเหย (Evaporation) สิ่งที่ตกจากฟ้า (Precipitation) อันได้แก่ น้ำฝน หิมะ แผ่นน้ำแข็ง (Sleet) และลูกเห็บ (Hail) อุณหภูมิ (Temperature) แรงกดดันบรรยากาศ (Barometric pressure) ความชื้น (Humidity) ความเร็วของลม (Wind speed) สภาพแวดล้อม (Environment) เส้นรุ้ง (Latitude) และการยกระดับ (Elevation) และ (2) เพื่อทบทวนแผนบทเรียนโดยรวม พร้อมทั้งกำหนดทิศทาง (Directive) ของการจัดระเบียบ (Organization) และจรรโลงรักษา (House-keeping) ไว้

แผนงาน – ใช้ทักษะการอ่านของครูในการนำเสนอศัพทานุกรมในลักษณะที่ได้ผลทั้งในมิติของครูและมิติของชั้นเรียน รายการศัพทานุกรมและนิยาม (Definition) ตัวอย่างการใช้ (Usage sample) ฯลฯ ล้วนเป็นส่วนสำคัญ (Active) ของสมุดบันทึก (Notebook) หรือบันทึกรายวัน (Journal) พร้อมที่จะปัน (Share) กับนักเรียนคนอื่นๆ อย่างน้อยในด้านวาจา (Verbally)

จากตัวอย่าง 3 คาบแรก มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่หลายประการ ดังนั้น

  1. วิธีประเมินผล (Assessment) แผนบทเรียน อาจใช้นานาเครื่องมือในชั้นเรียน อาทิ รายงานความคืบหน้า (Portfolio) บันทึกรายวัน (Journal) การทดสอบที่นักเรียนสามารถเตรียมตัวล่วงหน้า (Test) และการทดสอบที่ครูแจ้งกะทันหัน มิได้ให้นักเรียนเตรียมตัว (Quiz) ตามที่บทเรียนท้องถิ่นกำหนด (Local mandate) หรือมาตรฐานแห่งชาติ (National standards) แต่จุดสุดยอด (Culmination) ของโครงงานอาจลงเอยด้วยการนำเสนอต่อหน้าแขกรับเชิญ (Guest visitation) จากชั้นเรียนอื่น
  2. สมุดบันทึก (Notebook) เป็นแหล่งข้อมูลของการประเมินกระบวนการ (Formative assessment) สำหรับครูและนักเรียน ขึ้นอยู่กับวิถีการสอน (Teaching style) ของครูแต่ละคน สมุดดังกล่าวอาจเป็นรูปแบบดังเดิมของกระดาษที่เกี่ยวข้องกับการเขียนด้วยมือ (Hand-writing) และการตัดแล้วแปะ (Cut and paste) กระดาษตัวอย่างที่มีมาแต่ดั้งเดิม (Conventional) หรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) หรือ ดิจิทัล (Digital)
  3. ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน นี่เป็นส่วนสำคัญ (Vital) ของโครงงาน (Project) ที่ดำเนินอยู่ และเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ (Phenomenon) ที่ก่อร่าง (Form) สร้างบางสิ่งบางอย่างอันใหม่เอี่ยมและมีคุณค่า (Valuable)
  4. รายการที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอาจจับต้องไม่ได้ (Intangible) อาทิ ความคิด ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ การแต่งดนตรี (Musical composition) หรือเรื่องตลกโปกฮา (Joke) หรืออาจเป็นวัตถุทางกายภาพ (Physical object) อาทิ การประดิษฐ์คิดค้น งานวรรณกรรม หรือภาพเขียน (Painting) โดยจิตกร

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans https://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2017, December 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน