หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 78 – ตัวอย่างแผนบทเรียนเด็กประถม (5)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตัวอย่างแผนบทเรียนเด็กประถม

คาบที่ 11 และ หลังจากนั้น – วันและเวลา

จุดมุ่งหมายของบทเรียน – เพื่อให้นักเรียนได้แสดง (Display) และอธิบายโครงาน แต่ละกลุ่มนักเรียนเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในสาขาวิชาที่ตนถนัด และปัน (Share) ความรู้ กับกลุ่มอื่นๆ นอกจากนี้ จะมีการปันโครงงานดังกล่าวกับชั้นเรียนอื่น ผู้บริหารและบุคลากรโรงเรียน ตลอดจนพ่อแม่ของนักเรียน

แผนงาน – ครูสอน (Coach) นักเรียนให้สามารถอธิบายด้วยวาจาในเรื่องโครง และสิ่งที่โครงงานสะท้อน (Represent) กลุ่มอื่นๆ และแขกรับเชิญเข้าเยี่ยมชม (Walk through) สัมผัส และผ่านประสบการณ์ทั้งโครงงาน

ความคิด (Idea) – โครงงานที่มีขอบเขตขนาดนี้ สมควรได้รับ (Deserve) การประชาสัมพันธ์ (Publicity) โดยการแพร่กระจายไปยังหนังสือพิมพ์หรือสถานีวิทยุโทรศัพท์ท้องถิ่น ให้ชุมชนรับทราบผลงานอันยิ่งใหญ่ (Great work) ของนักเรียน ครู และโรงเรียน

อันที่จริง (Reality) ครูสามารถเทียบเคียงมาตรฐาน (Benchmark) ได้หลากหลายวิธีในแต่ละโครงงาน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรแก่น (Primary curriculum) หรือหลักสูตรบูรณาการ (Integrated) และรูปแบบ (Form) ศิลปะแก่น (Primary art) หรือรูปแบบศิลปะบูรณาการ แต่ควรมุ่งเน้นเพียงวิธีที่ครูสามารถประเมิน (Assess) ผลงานในระหว่างดำเนินการจนสิ้นสุดโครงงาน

การวางแผนบริหารของครูตั้งแต่ต้น ควรกำหนดความจำเป็นของตารางจำนวนคาบ ระยะเวลาแต่ละคาบ วัน-เวลาที่เฉพาะ (Specific) และวัสดุ (Material) ที่จำเป็นต้องใช้ และถ้าโครงงานจะนำเสนอนอกชั้นเรียนหรือนอกสถานที่ ควรกำหนดพื้นที่ที่จะใช้ และมีการวางแผนที่เหมาะสม (Appropriate) ร่วมกับบุคลากรของโรงเรียน แผนงานที่ดีสามารถดัดแปลง (Modify) ได้ เพื่อรองรับ (Accommodate) สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน (Unforeseen circumstance)

ในการประยุกต์ใช้พหุปัญญา (Multiple intelligence application) ควรระบุทักษะที่รวมอยู่ในโครงงาน ไม่ว่าจะเป็น ภาษา (Linguistic) ตรรกะ (Logic) คณิตศาสตร์ ดนตรี การเคลื่อนไหว (Kinesthetic) ของร่างกาย การมองเห็น (Visual) สถานที่ (Spatial) ตลอดจนความนิยมธรรมชาติ (Naturalist) ระหว่างบุคคล (Inter-personal) และภายในบุคคล (Intra-personal)

ครูต้องการรวมแต่ละทักษะอย่างน้อยระหว่างการดำเนินโครงงาน เพื่อครอบคลุมวิถีการเรียนรู้ (Learning style) ของนักเรียน นอกจากนี้ ควรตรวจสอบความสมเหตุผล (Sanity check) เพื่อการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ 6 ขั้นตอนของบลูม (Boom’s taxonomy) ตั้งแต่ (1) จดจำ (2) เข้าใจ (3) ประยุกต์ใช้ (4) วิเคราะห์ (5) ประเมิน และ (6) สร้าง (Create)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson Plans https://teachers.net/lessons/ [2017, December 24].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน