หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 81 – กิจวัตรเด็กประถมปลาย (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


กิจวัตรเด็กประถมปลาย

เด็กรุ่นใหม่เกิดมาก็อยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้น สิ่งที่ควรสอนในโรงเรียนคือ การพิมพ์ดีด และการใช้แป้นพิมพ์ (Key-boarding) เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ (Efficiency) ในชั้นเรียนประถมปลาย เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งจำเป็น (Take for granted) ที่จะต้องบรรจุอยู่ในหลักสูตร พร้อมด้วยแผนบทเรียน (Lesson plan) ที่สร้างสรรค์และเหมาะสม (Appropriate) อันจะเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Engagement) อย่างได้ประสิทธิผลยิ่ง (Immensely effective)

ครูอาจไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคทางสังคม (Social woe) ทุกอย่าง แต่อาจแฝงการสอนในเกมที่เด็กเล่นอยู่ และในสื่อสังคมที่เด็กใช้อยู่ ในอดีต ในสหรัฐอเมริกา การกระโดดโลดเต้นด้วยถุงเท้า (Sock hop) หรือการเต้นรำแบบดิสโก้ (Discotheque) ได้ช่วยให้เด็กประถมปลายสนุกสนานกับประสบการณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางสังคม ฉันใดก็ฉันนั้น ครูปัจจุบัน จำเป็นต้องรู้สิ่งที่ทำให้เด็กสนุกสนาน แล้วสร้างความสัมพันธ์กับระดับการเรียนรู้ของเด็ก

ในชั้นประถมปลาย มักมีการจัดองค์กรเป็นแผนก (Departmentalization) ทั้งในรูปแบบการสอน (Instructionally) และการออกแบบ (Design) ลักษณะโรงเรียน ในโครงสร้างดังกล่าว ครูมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหา (Content specialist) และเนื่องจากความต้องการที่ทวีขึ้นในตัวครูสำหรับการปรับปรุงคะแนนทดสอบ (Test score) จึงมีครูจำนวนน้อย (Rare) ที่กล้าเสี่ยง (Venture) ออกนอกอาณาบริเวณ (Boundary) หลักสูตรที่กำหนดไว้

แต่ก็เป็นจุดที่เราเห็นหนทางคลี่คลาย (Unravel) ปัญหาด้วยศิลปศาสตร์ (Liberal arts) และเพื่อให้การบูรณาการศิลปะ ประสบความสำเร็จ ครูแต่ละแผนกจึงจำเป็นต้องเดินข้ามอุปสรรค (Barriers) ของโครงสร้างและของการคิด (Mental) แบบดั้งเดิมที่ตนเองเคยประสบมาสมัยที่ยังเป็นเด็กอยู่

การเปลี่ยนแปลงไม่อาจเกิดจากครูที่ไม่เชื่อถือ (Convinced) และไม่มีส่วนร่วม (Involved) ในการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีส่วนร่วม แต่ก็เป็นการยาก (Tough) ที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยใจคอ (Habit) อันวิวัฒนามาตลอดชีวิต (Life time) ให้ปลูกฝัง (Embed) หนทางที่เราพูดถึงการไปโรงเรียน (Schooling) และหนทางที่เด็กและครอบครัวของเขาคาดหวัง

การพูดย่อมง่ายกว่าการลงมือปฏิบัติ และเป็นจุดเริ่มต้นของความยากลำบาก (Rub) ความคิดริเริ่ม (Initiative) ของ STEM ไม่ใช่เป็นเรื่องของการบวกเพิ่มสาขาวิชา แต่เป็นเรื่องของการทำให้ครูตระหนัก (Recognize) ว่า แต่ละสาขาวิชาของ STEM มีปฏิกิริยา (Interaction) อย่างไร? และจะเข้าถึงครูอื่นๆ อาทิ ครูที่มิได้สอนวิชา STEM จะช่วยปรับปรุงทักษะการคิดเชิงพิจารณ์(Critical thinking) และความคิดสร้างสรรค์ ได้อย่างไร?

การแบ่งเป็นแผนก อาจดูเหมาะสม (Make sense) สำหรับการบริหาร แต่อาจเป็นข้อจำกัด (Constraint) ต่อความร่วมมือ (Collaboration) แต่ความร่วมมือและบูรณาการ (Integration) สามารถนำครูที่ดีไปสู่การรับรู้ (Realization) ที่ว่า เขาสามารถปรับปรุงงานที่เขาทำให้ดีขึ้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Critical thinking - https://en.wikipedia.org/wiki/Critical_thinking. [2018, January 14].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน