หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 82 – กิจวัตรเด็กประถมปลาย (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


กิจวัตรเด็กประถมปลาย

ครูตามแผนก (Departmental teacher) ก็มีประเด็นที่ต้องขบคิดในเรื่องกายภาพ (Brick and mortar wall) ของชั้นเรียน สำนักงาน (Office) และหมู่เหล่า (Concourse) นักเรียน ที่อาจเป็นอุปสรรค (Impede) ต่อความร่วมมือ (Collaboration) และการตอกย้ำ (Reinforcement) ความคิดในอาณาบริเวณที่คุ้นเคย

ความเข้มงวด (Rigidity) ของการสอนที่มีการเดิมพัน (Stake) สูง ในความต้องการการทดสอบมาตรฐาน (Standardized testing) งานของครู คือการค้นหาหนทางที่จะทำงานเพื่อขจัดข้อจำกัดของการทดสอบมาตรฐานดังกล่าว เพื่อว่าครูและนักเรียน จะได้ประสบพบเห็นชั่วขณะแห่งรางวัล (Rewarding moment)

และก็มีตัวอย่างของครูใหญ่ในโรงเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ที่เสนอแนะมิให้มีการเพิ่มเวลาเรียนอีก 5 นาที ในคาบการอ่าน (Reading period) หลังจากที่สังเกตเห็นว่า เด็กได้เรียนรู้การอ่านในคาบการร้องเพลงประสานเสียง (Chorus) สัปดาห์ละ 4 คาบอยู่แล้ว เนื้อเพลง (Lyrics) ที่เด็กร้อง ก็ประกอบด้วยคำใหม่ที่ขยายการเรียนรู้ศัพทานุกรม (Vocabulary) ในบริบทอย่างมีความหมายอยู่แล้ว

แม้จะเป็นการต่อสู้ดังขุนเขา (Uphill battle) แต่ในที่สุด ครูใหญ่ก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า คะแนนทดสอบศัพทานุกรมของเด็กกลุ่มนี้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในเวลานั้น ไม่มีงานวิจัยมากพอที่จะสนับสนุนทางเลือกดังกล่าวเหมือนทุกวันนี้ ครูจงรู้เป้าหมายของตนเอง แล้วปลดปล่อยกรอบความคิด (Mind-set) เดิม มองไปข้างหน้า มีความคิดสร้างสรรค์ และสนุกสนานกับการสอน

หนึ่งในจำนวนความท้าทายที่ผนวก (Incorporate) โครงงานบูรณาการศิลปะเข้ากับการสอน STEM ให้สัมฤทธิผล อยู่ที่ตารางสอนประจำวันของชั้นเรียนประถมปลาย ครูไม่ค่อย (Rarely) จะมีการควบคุมเหนือตารางสอนดังกล่าว แต่อาจควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนได้

ตามปรกติ ในตารางสอนที่อัดแน่น (Crowded) ครูมักพบว่า มีอะไรบ่างอย่างพิเศษหรือไม่คาดฝันเกิดขึ้น (Crop up) ที่อาจเปลี่ยนโครงงาน ซึ่งควรเสร็จสิ้นใน 2 สัปดาห์ ให้กลายเป็นงาน “ทรหด” (Marathon) ที่ยาวนานถึง 4 สัปดาห์ ดังนั้น ครูจงอย่าสิ้นหวัง (Despair) แต่จงเป็นคนที่เตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน (Emergency)

ในการสร้างโครงงานที่บูรณาการศิลปะกับ STEM มักจะมีสิ่งตรงข้าม (Anti-thesis) ในรูปแบบของความกดดันและความลำบากประจำวัน (Daily stress and grind) ที่เผชิญโดยทั้งครูและนักเรียนพร้อมกัน จึงต้องมีความยืดหยุ่น (Flexibility) เพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์ที่ได้ลงทุน (Invest) ไปในโครงงานโดยครู STEM และครูสอนศิลปะ จะได้ไม่สูญเปล่า (Dashed) ไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญก็คือ ครูจะต้องให้นักเรียนมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจ (Inspire) ให้เขามีความคิดสร้างสรรค์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Critical thinking - https://en.wikipedia.org/wiki/Critical_thinking. [2018, January 21].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน