หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 84 – จากเด็กนักเรียนถึงเพื่อนครู

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


จากเด็กนักเรียนถึงเพื่อนครู

เด็กที่ได้มีส่วนร่วมในการคิดโดยภาพรวม (High-level thinking) เป็นการเปรียบเทียบ (Compare and contrast) ตามการแบ่งประเภทของบลูม (Bloom’s taxonomy) ซึ่งกล่าวว่า เป็นระดับที่เด็กใช้ความคิดเห็น (Judgment) ของเขาเองในการเริ่มต้นวิเคราะห์ความรู้ที่เขาได้เรียนมา

ผลลัพธ์ก็คือ เด็กเริ่มเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน (Underlying) ของความรู้ และสามารถแยกแยะระหว่างความจริง (Fact) กับความเห็น (Opinion) ในระหว่างการอภิปรายของนักเรียน และด้วยคำแนะนำ (Guidance) จากครู เด็กจะมุ่งเน้นถึงลักษณะ ของความคิดทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบกับความคิดทางศิลปศาสตร์

ตัวอย่างเช่น วิวัฒนาการของดนตรีในหลายทศวรรษที่ผ่านมา มิได้สิ้นสุดเพียงเพลงโปรดปรานที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้อง (Relevancy) กับระดับความสนใจของผู้คนส่วนใหญ่ ดังนั้น เราสามารถ “ปลูกฝัง” (Embed) ดนตรีให้อยู่ในหลักสูตรสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งในกิจกรรมนอกชั้นเรียน (Extra-curricular)

ด้วยวิธีการนี้ ครูได้ช่วยให้นักเรียนเห็นว่า การอภิปรายเกี่ยวกับศิลปะสามารถนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องลักษณะการค้นหา (Nature of inquiry) ในสาขาวิชา STEM ในอนาคต กิจกรรมที่สัมพันธ์กับศิลปะเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา (Dialogue) ในทุกชั้นเรียนจาก STEM ถึง STEAM

เมื่อออกจากชั้นเรียน ความร่วมมือกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ (Colleague) คือขั้นตอนต่อไป ครูจำเป็นต้องทำงานร่วมกับเพื่อนครู (Fellow teacher) ด้วยกัน ในการบูรณาการศิลปะให้เข้ากับ STEM เพื่อนำจุดแข็ง (Strength) ของแต่ละคนมาเสริมส่งซึ่งกันและกัน เพียงแต่อาจต้องได้รับการสนับสนุนและ “หล่อหลอม” (Nurture) ด้วย

ในการเริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนครูในระดับส่วนตัว (Personal) ครูอาจค้นพบสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ (Latent) ในเพื่อนครู ที่เป็นนักเขียนภาพ (Painter) ช่างทำสวน (Gardener) นักร้องมืออาชีพ (Professional singer) หรือแม้กระทั่งนักเต้นรำ (Dancer) ที่เป็น “ศิลปินอยู่ภายใน” (Inner artist)

ครูสามารถส่งเสริมและเพิ่มพูน (Enrich) ประสบการณ์ผ่านการอภิปรายและกิจกรรมอย่างจริงใจ (Authentic) กับเพื่อนครู เพื่อนำ “ของขวัญ” ที่เพิ่งค้นพบใหม่ (New-found gift) มาสู่การสอนของครู กลายเป็นการทำงานเป็นทีมร่วมกัน (Collectively) ที่สนุกสนานอย่างจริงจัง (Downlight fun) และประเมินค่ามิได้ (Invaluable) อันส่งผลอานิสงส์ถึงนักเรียนโดยตรง

ไม่มีรูปแบบ (Model) ใดที่ดีไปกว่า การที่นักเรียนเฝ้ามองครู 2 คน ร่วมมือกันทำงานกันอย่างสอดคล้อง (Harmony) ในโครงงาน STEM ซึ่งก่อให้เกิดการเรียนรู้ในจิตใจของผู้เยาว์วัย (Young mind) อันนำไปสู่การเจริญเติบโตของตัวนักเรียนเอง จากประสบการณ์ เราสามารถยกระดับมาตรฐาน (Bar) จาก STEM ถึง STEAM หากมีครูศิลปะ และ/หรือครูดนตรีในโรงเรียนเดียวกันที่เข้าใจความจำเป็นในการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ด้วยศิลปศาสตร์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. STEM to STEAM - http://stemtosteam.org/. [2018, February 4].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน