หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 87 – แนวทางรูปแบบแผนบทเรียน (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แนวทางรูปแบบแผนบทเรียน

รูปแบบ (Format) ที่จะนำเสนออาจดูเป็นภาระหนัก (Burdensome) แต่ครูต้องเข้าใจว่า มันได้รับการออกแบบ (Design) สำหรับโครงงานบูรณาการศิลปะอย่างขยาย (Extended arts-integration project) ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแต่ละบทเรียน (Unit of study) ที่ครอบคลุมกว้างกว่า

ตัวอย่างเช่น ครูอาจใช้เวลา 2 – 3 สัปดาห์ในการทำงานกับรูป (Figure) 2 มิติ (Dimension) และ 3 มิติ วิเคราะห์โดยใช้ระยะทาง (Distance) และมุม (Angle) จากความคิดในภาพใหญ่ (Big idea) นี้ วัตถุประสงค์เฉพาะ (Specific objective) ก็จะเป็นการพิสูจน์ (Validation) ทฤษฎีปีธากอรัส (Pythalgorean Theorem)

เนื่องจากครูรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึก (Temperament) ขีดความสามารถ (Capability) และความจำเป็น [ในการเรียนรู้] ของเด็ก ครูอาจเลือก (Opt) ที่จะสร้างแผนบทเรียน (Lesson plan) สัก 3 คาบ (Session) ที่มุ่งเน้น (Focus) ในเรื่องการพิสูจน์ ทฤษฎีปีธากอรัส

โดยการค้นหาระยะทางในสถานการณ์ของโลกแห่งความจริง ณ จุดนี้ เราต้องเข้าใจ คำถามแก่น (Essence) ก่อน ซึ่งเป็นแก่นของสิ่งที่ครูเชื่อมั่นว่า เด็กควรเรียนรู้ ในเวลาที่เขาอยู่กับครู คำถามอาจขึ้นต้นด้วยระดับล่าง (Lower level) ตามทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวคิดของบลูม (Bloom’s Taxonomy) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ลงเอยในระดับที่สูงขึ้น อาทิ เด็กประถม 2 อาจมีคำถามแก่นในเรื่องสภาพอากาศ (Weather) ดังนี้

  1. อะไรคือสภาพอากาศ? (ซึ่งเป็นระดับความทรงจำ)
  2. สภาพอากาศประเภท (Kind) ใดที่เราประสบพบเห็น ณ ที่เราอาศัยอยู่? (ซึ่งเป็นระดับความเข้าใจ)
  3. พายุทอร์นาโด (Tornado) และพายุเฮอริเคน (Hurricane) เหมือนกัน (Similar) อย่างไร? และต่างกัน (Different) อย่างไร? (ซึ่งเป็นระดับวิเคราะห์)

ส่วนเด็กประถม 5 ในบริบทเดียวกัน อาจมีคำถามแก่น ดังนี้

  1. อะไรคือประเภทที่แตกต่างของสภาพอากาศ? (ซึ่งเป็นระดับความทรงจำ)
  2. อธิบายด้วยคำพูดของตนเองว่า นักอุตุนิยมวิทยา (Meteorologist) ศึกษาสภาพอากาศอย่างไร? (ซึ่งเป็นระดับความเข้าใจ)
  3. เราจำเป็นต้องมีข้อมูล (Information) อะไร จึงจะพยากรณ์ (Predict) สภาพอากาศวันพรุ่งนี้ได้? (ซึ่งเป็นระดับการประยุกต์ [Application level])

ในทางปฏิบัติ อาจมีคำถาม 4 ข้อก็ได้ 5 ข้อก็ได้ แต่อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ข้อ เพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลในใจ (Mental processing) ของเด็ก เคลื่อนย้ายจากการคิดเชิงกระจุก (Convergent) ไปสู่การคิดเชิงกระจาย (Divergent) แต่ในที่สุดคำถามที่ครูเผชิญอยู่ก็คือ “เมื่อจบบทเรียนแล้ว ฉันต้องการให้นักเรียนของฉันรู้ เข้าใจ และสามารถทำอะไรได้?”

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson plan - https://en.wikipedia.org/wiki/Lesson_plan. [2018, February 25].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน