หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEAM ตอนที่ 88 – แนวทางรูปแบบแผนบทเรียน (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แนวทางรูปแบบแผนบทเรียน

มีประเด็นหลากหลายที่อาจทำให้แผนบทเรียนสำเร็จ (Make) หรือล้มเหลว (Break) ตัวอย่างเช่น การมองข้ามความร่วมมือ (Collaborate) กับฝ่ายบริหารของโรงเรียน อาจนำไปสู่หายนะ (Disastrous) หรือการพบว่าไม่มีสายเชื่อมต่อ (Hook up) จากแหล่งน้ำ หลังจากครูและนักเรียนได้วางแผนปลูกผักในสวน อาจนำไปสู่ความผิดหวัง

ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ของฮาวเวิร์ด การ์ดเน่อร์ (Howard Gardner) และทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวคิดของบลูม (Bloom’s Taxonomy) เป็นแนวทางปฏิบัติ (Guide) ที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนโครงงานบูรณาการศิลปะ (Arts-integrated project) ครูต้องเรียนรู้ให้คุ้นเคยกับ 2 ทฤษฎีนี้เป็นอย่างดี

ในฐานะนักการศึกษาหรือผู้ให้การศึกษา (Educator) ครูย่อมรู้ว่า ส่วนใหญ่แล้ว ผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ขึ้นอยู่กับทักษะการอ่าน โดยเฉพาะศัพทานุกรม (Vocabulary) ดังนั้น ก่อนเริ่มแต่ละบทเรียน (Unit of study) ครูควรค่อยๆ แนะนำคำศัพท์ใหม่ๆ

ครูที่ชาญฉลาด (Clever) จะรับรู้ (Recognize) ว่า โอกาสเห็น (Visual exposure) ช่วยดำรงการเรียนรู้ (Retention learning) ได้นาน ดังนั้น การมีรายการคำศัพท์ใหม่สัก 10 คำ ที่แสดงให้เห็นอย่างมีศิลปะ (Artistically displayed) อยู่หน้าชั้นเรียน ทุกๆ 1 หรือ 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มแต่ละบทเรียน อาทิ ในเรื่องคุณสมบัติของสสาร (Properties of matter) สำหรับชั้นประถมปลาย

รายการคำศัพท์เป็นสิ่งแปลกใหม่ (Novelty) การวางอุบาย (Intrigue) ให้เด็กตั้งคำถาม และสร้างความสนุกสนาน อาจมีการแข่งขัน (Contest) ก่อนเริ่มแต่ละบทเรียน เพื่อดูว่า ใครจะคิดออก (Figure out) ถึงคำนิยามของความหนาแน่น (Density) การนำความร้อน (Thermal conductivity) การละลายได้ (Solubility) และคุณสมบัติแม่เหล็ก (Magnet)

ลักษณะ (Nature) ของเกมการแข่งขันนี้ จะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉง (Actively engaged) ในการใช้คำศัพท์ และอยู่ในขั้นตอนก่อนหน้า (Step ahead) ความเข้าใจภาษา (Comprehension) ของเนื้อหา (Material) ขณะเดียวกัน ครูก็ต้องแปรเปลี่ยน (Vary) การประเมินผล (Assessment) ภายในแนวทางปฏิบัติตามนโยบายของโรงเรียนอีกด้วย

การให้นักเรียนบันทึกรายวัน (Journal) เป็นการรวม (Incorporate) รูปแบบทั้งหมดของการอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) และช่วย (Aid) ในความเข้าใจภาษา การประเมินผลอย่างเป็นทางการ (Formative) เป็นวิธีการได้ผลมากที่สุด (Most productive) ที่จะรู้ว่า นักเรียนรู้อะไร เข้าใจอะไร และสามารถทำอะไรได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หน้าที่ (Function) ของการประเมินอย่างเป็นทางการคือ การช่วยทั้งครูและนักเรียนตัดสินใจ (Decide) ว่า เมื่อไร และอย่างไร ที่เขาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน (Adjust) ในสิ่งที่เขาทำอยู่ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ครูต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะทำได้ในสถานการณ์ของตนเอง แต่ต้องรวมวิธีการที่สร้างสรรค์ (Creative) อาทิ การประเมินผลงาน (Performance) และกลุ่มงาน (Portfolio)

แหล่งข้อมูล:

  1. Sousa, David A. and Tom Pilecki. (2013). From STEM to STEAM – Using Brain-Compatible Strategies to Integrate the Arts. Thousand Oaks, CA : Corwin – A SAGE Company.
  2. Lesson plan - https://en.wikipedia.org/wiki/Lesson_plan. [2018, March 4].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน