หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEM ตอนที่ 102 – ต้นไม้ผลัดใบกับต้นไม้ไม่ผลัดใบ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ต้นไม้ผลัดใบกับต้นไม้ไม่ผลัดใบ

3. เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ให้เด็กเริ่มรับรู้ (Aware) ว่า ต้นไม้ไหนสูญเสียใบไป และต้นไหนยังคงเขียวชอุ่ม เตือนให้เขาบันทึกข้อสังเกตลงในสมุดบันทึก

4. ดำเนินกิจกรรมเดียวกัน เมื่อมีโอกาสไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะใกล้เคียง (Nearby park) ในสภาพแวดล้อมของสวนสาธารณะ เด็กจะมีโอกาสมากมายในการสังเกตเห็นต้นไม้มากขึ้น และเก็บรวบรวมตัวอย่าง (Sample) ใบไม้สำหรับรูปวาดคร่าวๆ

5. หากมีโอกาสพาเด็กไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะหรือป่าระดับชาติ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เด็กเห็นต้นไม้จำนวนมากขึ้น เพื่อการสำรวจและการสังเกต

เมื่อสิ้นสุดฤดูใบไม้ร่วง (Fall season) ให้เด็กทบทวนสมุดบันทึกกับครู เพื่อตรวจสอบ (Examine) ข้อมูลที่เขาได้เก็บรวบรวมมาเป็นเวลายาวนาน ครูอาจช่วยเด็กจัดระเบียบ (Organize) สิ่งที่เขาค้นพบโดยตั้งคำถามว่า ขนาดของใบไม้ที่ผลัด (Shed) เปรียบเทียบใบไม้คงอยู่ [ไม่ผลัดใบ] ต่างกันอย่างไร? ใบไหนใหญ่กว่ากัน? แล้วรูปทรงของใบไม้แต่ละประเภทล่ะ ต่างกันอย่างไร? สนับสนุนให้เด็กมองย้อนหลังผ่านสมุดบันทึก เพื่อตอบคำถามเหล่านี้

ถ้าเด็กสังเกตเห็นต้นไม้ผลัดใบมีบริเวณพื้นผิว (Surface are) ของใบที่ใหญ่กว่า เมื่อเปรียบเทียบกับต้นสน เด็กก็จะค้นพบคำตอบเป็นนัย (Clue) ว่า ต้นไหนผลัดใบและต้นไหนไม่ผลัดใบ และถ้าเขาสังเกตว่า ต้นไม้ผลัดใบมีรูปทรงที่ค่อนข้างกลม (Rounded shape) อยู่ข้างบน เขาก็จะได้คำตอบเป็นนัยครั้งที่ 2 หลังจากนี้ ครูอาจช่วยให้เขาปะติดปะต่อเข้าด้วยกันเป็นรูปในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น

ต้นไม้ผลัดใบจำเป็นต้องมีสารโภชนาการ (Nutrient) มากกว่าต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ เพื่อการเจริญเติบโต (Growth) และความอยู่รอด (Survival) โดยใบของมันจะโตแบบบานกว้างออกเพื่อรับแสงอาทิตย์ (Sunlight) ในการผลิตอาหาร นั่นเป็นเหตุผลที่ใบมันจะค่อนข้างใหญ่กว่าใบของต้นสน เพื่อเพิ่มความสามารถในการสังเคราะห์แสง (Photo-synthetic ability) [ซึ่งเป็นความสามารถสในการผลิตน้ำตาล เพื่อให้เป็นอาหารของมันเอง จากน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแสงอาทิตย์]

ใบไม้ใหญ่ที่มีกันสาด (Canopy) ค่อนข้างกลม อยู่ข้างบน จะช่วยขยายการรับปริมาณแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด (Maximize) เมื่อต้นไม้ผลัดใบในที่สุด (Eventually) ใบจะหล่นมาที่พื้นดินปกคลุมรากของมันเอง ใบดังกล่าวจะเริ่มเสื่อมสลาย (Break down) และกลายเป็นปุ๋ยหมัก (Compost) ในเวลาต่อมา ทำให้ดินบริเวณนั้น อุดม (Enrich) ด้วยสารโภชนาการ สำหรับฤดูการเจริญพันธุ์ถัดไป กล่าวคือ มันผลิตปุ๋ย (Fertilizer) ของมันเอง

แหล่งข้อมูล:

  1. Sawah, Rihab and Anthony Clark. (2015). The Everything STEM Handbook – Help Your Child Learn and Succeed in the Fields of Science, Technology, Engineering, and Math. Avon, MA: Adams Media.
  2. What’s the Difference Between Deciduous and Coniferous Trees? - https://gardenerdy.com/whats-difference-between-deciduous-coniferous-trees. [2018, June 7].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน