หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEM ตอนที่ 21 – ข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์(2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


 ข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์ (2)

ตัวอย่างที่เราได้เคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เรื่องกุญแจของชายคนหนึ่งที่อาจถูกขโมยไป โดยภูตผีตัวเล็กจิ๋ว (Leprechaun) การกำหนดข้อสมมุติฐานนี้ ไม่อาจทดสอบโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific process) เพราะเกี่ยวข้องกับธาตุแท้ (Element) ของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ (Supernatural) ผู้คนจำนวนไม่น้อยเชื่ออย่าง “เต็มหัวใจ” (Wholeheartedly) ในปรากฏการณ์ (Phenomenon) เหนือธรรมชาติ

ในบางวัฒนธรรม ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อในจิตวิญญาณเหนือธรรมชาติ (Supernatural being) และเหตุการณ์ (Event) ที่เกี่ยวข้อง แต่โดยคำนิยาม (Definition) เราไม่สามารถทดสอบปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ การปราศจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์การมีตัวตน (Existence) หรือไม่มีตัวตนของภูตผีปีศาจหรือนางฟ้า (Fairy) สัตวโลก (Creature) ที่แปลกประหลาด หรือเทพเจ้า (Deity)

การวิจัยวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ (Subject to) ข้อสมมุติ (Assumption) ของนักวิจัยที่ดำเนินการศึกษา แบบจำลอง (Model) ทางวิทยาศาสตร์ ทำขึ้นเพื่อให้ทุกแง่มุมของโลกแห่งความเป็นจริงเข้าใจง่ายขึ้น บางครั้งข้อสมมุติเหล่านี้มีเหตุผล (Valid) และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ (Reliable) แต่บางครั้งข้อสมมุติเหล่านั้นก็เป็นเท็จ (Faulty)

แนวโน้ม (Trend) เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นธรรมดาอยู่เองที่นักวิทยาศาสตร์ในบางสาขาวิชา อาจสมมุติว่า เหตุการณ์ในอนาคตจะเกิดขึ้นตามแนวโน้ม บนพื้นฐานจากข้อมูลในอดีต นักประชากรศาสตร์ (Demographer) อาจพยากรณ์ตัวเลขของประชากรในอนาคต บนพื้นฐานของอัตราการเติบโต (Growth rate) ของประชากรจาก 20, 30 หรือ 50 ปีที่แล้ว

แต่มีบางปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา อันมีผลกระทบต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากร อาทิ อัตราเจริญพันธุ์ (Fertility) อัตราการตายของทารก (Infant mortality) และอายุคาด (Life expectancy) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (Cultural shift) หรือความก้าวหน้า (Advancement) ทางเทคโนโลยี

แม้ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life science) และวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical science) บางครั้งข้อสมมุตินำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นเท็จ ดังนั้น เพื่อความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชาใด ข้อสมมุติที่ซ่อนเร้นอยู่ (Underlying) จะต้องได้รับการคัดสรรด้วยความระมัดระวัง และปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่จะเป็นไปได้

บางครั้งข้อสมมุติของนักวิทยาศาสตร์ได้รับอิทธิพลจากอคติ (Bias) ทางวัฒนธรรมหรือส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการตั้ง (Frame) คำถามในการวิจัย หรือการแปลผล (Interpretation) จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่นักวิทยาศาสตร์จะคาดคะเน (Anticipate) คำตอบเฉพาะที่อยูในพิสัย (Range) ของความเป็นไปได้ หากคำตอบที่ได้จริงอยู่นอกพิสัยดังกล่าว เขาอาจยกเลิก (Dismiss) บทสรุป ทั้งๆ ที่ควรจะแปรผลว่ามีนัยสำคัญ นักวิทยาศาสตร์จะพยายามแสวงหา (Strive) ความเที่ยงตรง (Objective) เพื่อให้ได้ข้อสมมุติที่สมเหตุผล มิฉะนั้น งานวิจัยของเขาก็จะไม่ตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแรง

แหล่งข้อมูล:

  1. Sawah, Rihab and Anthony Clark. (2015). The Everything STEM Handbook – Help Your Child Learn and Succeed in the Fields of Science, Technology, Engineering, and Math. Avon, MA: Adams Media.
  2. Science has limits : A few things that science does not do - http://undsci.berkeley.edu/article/0_0_0/whatisscience_12 [2016, November 17].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน